
นำมาต่อ
ภาษาไทยถิ่นใต้ (ภาษาใต้) :
( หมวด - ค )
ค
คง (น.) ข้าวโพด
ชาวปักษ์ใต้จะเรียกข้าวโพดว่า " คง " ตั้งแต่ชายแดนมาเลเซีย จนถึงนครศรี
ธรรมราช (เปรียบเทียบกับมลายู จะใช้คำว่า jagong )
คด ขดแข็ด คดเค็ด (ว.) ลักษณะการคดที่วก วนไป วนมา
" แรกก่อนทางขึ้นเขาพับผ้าไปตรัง คด ขดแข็ด คดเค็ด" = เมื่อก่อนทางขึ้นเขา
พับผ้าไป ตรัง คด วกวนมาก
คนด้น (น.) คนดุ , นักเลง
คลิง (ก) คลึง, หมุนไปมาด้วยมือ
ครอกแครก (ว.) อาการคลื่นไส้ มักใช้กับผู้หญิงตั้งครรภ์ที่แพ้ท้อง
คร็อม 1. (น.) เพลี้ย 2. (ว.) ความจำเสื่อม, อาการหลงลืมของผู้สูงอายุ
" ปลูกถั่วคราวนี้ไม่ได้ผล คร็อมลง ฝักถั่วหงิกหมดเลย " = ปลูกถั่วคราวนี้ไม่
ได้ผลเพลี้ยลง ฝักถั่วหงิกหมดเลย
" หวางนี้ หลวงไข่ คร็อมแล้ว แหลงไม่รู้เรื่องเลย " = เดี่ยวนี้ หลวงไข่ เป็นโรค
ความจำเสื่อมเสียแล้ว พูดจาไม่รู้เรื่องเลย
คร่อม (น.) กระดูกไหปลาร้า
ครัน (ว.) มาก
" น้องบวชได้ตั้ง 3 พรรษา แล้วสึก พี่ว่าดีครัน แล้วน้อง "
น้องบวชได้ตั้ง 3 พรรษา แล้วสึก พี่ว่าดีมาก แล้วน้อง
ครูหมอตายาย(น.)วิญญาณของครูบาอาจารย์และบรรพบุรษ บางครั้งจะใช้เพียง
คำว่าตายาย ก็ได้ เช่น
" ไอ้บ่าวนุ้ย ไข้มาหลายวันแล้ว ไปโรงหมอหลายหนแล้ว กะไม่หาย พ่อเฒ่า
แกว่า หมันโถก ตายาย ทัก "
ความหมายคือ ลูกชายคนเล็กเป็นไข้มาหลายวันไปโรงพยาบาลก็หลายครั้งหลาย
หนแล้ว ก็ไม่หายซักที พ่อเฒ่าแกบอกว่า วิญญาณปู่ย่าตายายทัก
กรณีตายายทักเช่นนี้ผู้เฒ่าผู้แก่มักจะมีความเห็นให้เล่น โนราโรงครู แก้บนเสียลูก
หลานที่เจ็บไข้ก็จะหาย
ครกเบือ (ออกเสียงเป็น คร็อก เบือ ) (น.) ครกประจำครัว ใช้ตำน้ำพริก ตำเครื่องแกง
สากเบือ = สากที่ใช้คู่กับ ครกเบือ
คลด (ออกเสียงเป็น คล็อด ) (ก.) กัด , แทะ อาหาร
" คลด คง " = กัดแทะข้าวโพด
ควน (น.) เนินเขา, เขาเตี้ยๆ
คอ (น.) 1.อวัยวะที่เชื่อมระหว่างหัวกับลำต้ว, ส่วนคอดระหว่างหัวกับต้วของภาชนะ,
ส่วนคอดของเส้นทาง 2. เพื่อนเกลอ, คนที่ชอบเหมือนกันหรือคุ้นเคยกัน
ไอ้คอ = ไอ้เพื่อนเกลอ
คอม (น.) ทหารกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย พรรคคอมมิวนิสต์แห่ง
ประเทศไทยที่เข้าไปอยู่ในเขตป่าเขาช่วงระหว่าง พ.ศ. 2509 - 2523โดยเหตุผล
ทางการเมือง
ค้อย ( ออกเสียงเป็น ข่อย) (ว.) ด้วย (คำนี้มีเฉพาะในภาษาสงขลา )
" ไป ค้อย ม้าย ? " = ไปด้วยกันม๊ย ?
" ท่ามั้ง ไปค้อย " = รอหน่อย จะไปด้วย
คั่น (ก) ขวาง, กั้น ในภาษาไทยถิ่นใต้ จะใช้ในความหมาย เกะกะ ขวางทางเดิน
" พี่นั่งตรงนี้ คั่นน้องม้าย " = พี่นั่งตรงนี้จะเกะกะน้องมั้ย(น้องจะทำงานสะดวกมั้ย)
คำพรัด, กำพรัด, (น.)การว่ากลอน หรือขับกลอนของโนรา ศิลปะประจำถิ่นใต้ หาก
นำบทกลอนที่แต่งไว้ก่อนแล้วมาขับ จะเรียกว่า "ว่าคำพรัด" หรือ "ว่ากำพรัด"
แต่หาก โนรา มีปฏิญาณสามารถว่ากลอนที่เกี่ยวกับบุคคล สถานที่หรือเหตุการณ์
เฉพาะหน้าได้เป็นกลอนสด จะเรียกว่า "ว่ามุดโต"
คึง (ว.) (น้ำ)ที่ค้างอยู่ ยังคงอยู่ ยังขังอยู่
"ฝนตกหนัก จนบ่อข้างบ้าน มีน้ำ คึง อยู่เต็มบ่อ"
คุ่นคิ่น ( ออกเสียงเป็น ขุ่นขิ่น) (ว.) เกือบหมด, เกือบจะไม่พอ
"เดือนนี้ ฉาน ต้องเสียค่าเทอมให้ลูกชาย คุ่นคิ่น จัง " ( คุ่นคิ่น ในประโยคนี้
หมายถึง เกือบไม่มีเงินเหลือ )
คุบ, คลุบ (ว.) ทันทีทันใด
" คุบ หวิบ, คลุบ หวิบ" - อารมณ์โกรธ ที่เกิดขึ้นทันทีทันใด
" คุบ ยกขึ้น" - ลุกขี้นยืนทันที, ลุกขึ้นอย่างเร็ว
คุมท่าววัน , คุมราววัน (ว.) จนถึงทุกวันนี้
" ฉานยังจำเรื่องนั้นได้ คุมท่าววัน " = ฉันยังจำเรื่องนั้นได้ จนถึงทุกวันนี้
คูจง (น.)สัตว์จำพวกบ่าง แต่มีขนาดใหญ่
( พบมากตามป่าเขา แนวเขาบรรทัด ในเขต สตูล- พัทลุง-สงขลา)
คูรำ (น.) เลียงผา ( แพะภูเขา )
เคง (น.) 1. หวอด หรือฟองน้ำที่แม่ปลาพ่น ลอยเป็นกลุ่ม ใช้เป็นที่วางไข่
2. จอมปลวกเล็กๆ ที่อยู่ตามทุ่ง ป่าเสม็ด ป่าพรุ (สูงประมาณ 1-2 ฟุต) หรือรัง
ปลวกเล็กๆที่เกาะอยู่ตามต้นมะพร้าว เรียกว่า หัวเคง ก็ได้
" ลายเคง " = การรื้อหรือทำลายงานที่เพิ่งเริ่มวางรากฐานจนงานนั้นต้องล้มเลิก
เคย (น.) 1. กะปิ "เคยกุ้ง" = กะปิกุ้ง " เคยปลา " = กะปิที่ทำจากปลา
2. อวัยวะเพศหญิง (ของเด็กเท่านั้น ถ้าเป็นผู้ใหญ่แล้ว จะไม่ใช้คำนี้ )
3. "แมงเคย" = แมงปอ ( ในภาษาไทยถิ่นใต้ (สงขลา-คลองหอยโช่ง)
จะเรียก แมงปอ ว่า แมงเคย ผีเสื้อ จะเรียกว่า แมงบี้ )
เคร่า (ก.) รอคอย
" เคร่า พี่มั้ง " = รอพี่ด้วย
" พี่นั่ง เคร่า น้อง อยู่ที่หลาริมทาง " = พี่นั่งคอยน้อง อยู่ที่ศาลาริมทาง
เคอะ (ก.) ทะลึ่ง, แสดงกริยาวาจาที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ไม่รู้จักกาละเทศะ
เค้า (น.) ต้นเรื่อง, กรอบ, ขอบเขต
คำนี้ภาษาไทยถิ่นใต้ มักใช้ในสำนวน
1. "ในเค้า" จะใช้ในความหมาย ในเครือญาติ เช่น
ถาม " รู้จักหลวงไข่ คนนี้ม้าย ?"
ตอบ " รู้จัก.. ในเค้าลุงใกล้เขา" = รู้จัก..เป็นเครือญาติของลุงใกล้
2. " ไม่เข้าเค้า " = ไม่เข้าพวก ไม่เข้ากลุ่ม
" คนไม่เข้าเค้า " = คนไม่เอาไหน
แค่ (ว.) ใกล้ , เกือบ
" เหนื่อยแค่ตาย " = เหนื่อยเกือบตาย
" ข้าวสารแค่หมดแล้ว " = ข้าวสารเกือบจะหมดแล้ว
" อยู่แค่ๆ บ้าน " = อยู่ใกล้ๆบ้าน
" หลบ มาอยู่แค่ๆ " = กลับมาอยู่ใกล้ๆ
" แค่รูหมูก " = ใกล้นิดเดียว
บ้านอยู่แค่รูหมูก ยังมาไม่ทันรถ = บ้านอยู่ใกล้นิดเดียว ยังมาไม่ทันรถ
" แค่เข้าแล้ว " = เกือบแล้ว, เกือบจะบ้าแล้ว
" ฉานแลๆ หลวงไข่ แค่เข้าแล้ว แกเดินแหลงคนเดียวทั้งวัน "
ฉันดูๆ แล้ว พี่ไข่เกือบจะบ้าแล้วนะ แกเดินไปเดินมา พูดอยู่คนเดียวทั้งวัน
แค็ก (ออกเสียงเป็น แข็ก) (ก.) ยืด , เบ่ง , เต๊ะท่า, กิริยาท่าทางที่ถือดี อวดเก่ง
แค่น (ก.) ฝืนกิน, ฝืนทำ " พอ แค่น ได้ " = พอใช้ได้(แต่ยังไม่ดีพอ)
แค้น (ออกเสียงว่า แข่น) (ก.) จุก , ติดคอ (ทานอาหาร เคี้ยวแล้วกลืนไม่ลง ะต้อง
ดื่มน้ำ เพื่อ "ล้างแค้น" )
แคระ (ก.) สะพาย " แคระย่าม " - สะพายย่าม
(ในบางท้องถิ่น จะออกเสียงเป็น แคร่ )
แคว็ก ( ออกเสียงเป็น แขว็ก ) (ก.) แคะ ควัก ตัก ขุด
(อุปกรณ์ที่ใช้ แคว็ก จะต้องมีขนาด เล็ก เช่น ช้อน, มีด, นิ้ว)
แคว็ด (ว.) คด, ไม่ตรง, เอียงไปมาก
แคว็ด-จ้อน (ออกเสียงเป็น แขว็ด จ้อน) (ก.) ถกเขมร, นุ่งผ้าหยักรั้งพ้นหัวเข่า ,
ลักษณะการนุ่งผ้าโสร่งของผู้ชายปักษ์ใต้ ที่ดึงส่วนล่างของโสร่งขึ้นมาเหน็บตรง
สะเอว ( มักใช้เวลาลุยน้ำ ไม่ให้โสร่งเปียก)
แควบ 1. (ว.) แฟบ, แบนเข้าไป 2. (น.) พันธุ์ไม้ชนิดหนึ่ง ขึ้นตามริมหนองคลองบึง
ผลแบน แฟบ ผลอ่อนมีรสเปรี้ยว ใช้ยำเป็นอาหารได้
หมายเหตุ - ภาษาไทยถิ่นใต้ดั้งเดิม(ก่อน พ.ศ.2500) จะไม่มีเสียง ฝ., ฟ.แต่จะ
ใช้เสียง ขวฺ. และ ควฺ. แทน แต่เนื่องจากการจัดการศึกษาที่ใช้ภาษาไทยภาค
กลาง เป็นต้นแบบ ประกอบกับ อิทธิพลของวิทยุ โทรทัศน์ ทำให้ เด็กใต้รุ่นใหม่
สามารถออกเสียง ฝ., ฟ. ได้ จึงถือได้ว่าเสียง ฝ., ฟ. ในภาษาไทยถิ่นใต้เป็น
พัฒนาการทางภาษาของภาษาไทยถิ่นใต้ ในยุคปัจจุบัน
ตัวอย่าง เสียง ขวฺ. และ ควฺ. ที่คนไทยถิ่นใต้ดั้งเดิม ใช้
ไควฺ ม้าย = ไฟไหม้
ขวัด ข้าว = ฝัดข้าว
ขวฺน ตก = ฝนตก
ควัน ไควฺ = ควันไฟ
ฯลฯ
( คำเหล่านี้ ยังคงมีใช้อยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มชาวบ้านในเขตชนบท )
โค่-เค่ (ในสำเนียงสงขลา จะออกเสียงเป็น โข่-เข่) (ว.) คู่ คี่ ( เลขคู่ เลขคี่ )
" นกโค่เค่ " จะหมายถึง นกเงือก (หรือ "นกเฮียก" ในสำเนียงสงขลา)
หมายเหตุ - "นกโค่เค่" มักจะอพยพย้ายถิ่นในช่วงเดือนสามเดือนสี่ จากป่าใน
แถบเขาบรรทัดเขตรอยต่อสงขลา-พัทลุง-สตูล โดยจะบินเป็นฝูงใหญ่ผ่านคลอง
หอยโข่ง-หาดใหญ่ ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ เข้าสู่ป่าเขาสันกาลาคีรีในเขตนาทวี
สะบ้าย้อย ในอดีตเมื่อ 40 ปีก่อน จะพบเห็น "นกโค่เค่ " เป็นประจำทุกปีประมาณ
ฝูงละ 10 - 20 ตัว เมื่อมองไปไกลๆ เด็กๆจะเห็นฝูงนกและจะทายกันว่า นกทั้ง
ฝูงรวมแล้ว คู่ หรือ คี่ นั้นคือที่มาของ คำว่า" นกโค่เค่ "
ในปัจจุบัน หลังจากมีการสร้างสนามบินหาดใหญ่ และเปิดใช้เพื่อการพาณิชย์
มาตั้งแต่ พ.ศ. 2514 " นกโค่เค่ " ก็ค่อยๆ ลดน้อยลงจนถึงปัจจุบัน เด็กๆ แถว
สนามบินหาดใหญ่ น้อยคนที่จะรู้จัก " นกโค่เค่ "
โคม (น.) กะละมัง (ภาษาตรังใช้ ปุ๋น ในความหมายเดียวกัน )
--------------------------------------------------------------------------------
--------------------------------------------------------------------------------
หมายเหตุ
- ก. = กริยา ว. = วิเศษณ์ (คุณศัพท์หรือกริยาวิเศษณ์)
น. = นาม ส. = สรรพนาม
สัน. = สันธาน บ. = บุรพบท อ. = อุทาน