พีซีมิวสิคซาวด์ดอทคอม

วันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2014, 16:34:30

 
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: รวบรวมศัพย์ภาษาใต้ พร้อมคำแปล  (อ่าน 213155 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ปฏิญญา สตูล
ผู้ดูแลบอร์ด
พันจ่าเอก
**


กำลังใจ 35
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1684
สมาชิก: 105


Level 33 : Exp 36%
HP : 0.7%

HL 5D01150E

« เมื่อ: วันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2010, 21:19:32 »

รวบรวมภาษาใต้ที่พอจะนำมาเขียนเป็นภาษากลางมาให้เพื่อน ๆ ที่สนใจหัดพูดครับ
                
                                                                                
               ถอดสี                         ความหมาย               กลัว  ตกประหม่า  ขี้กลาด                                                                  
            
             ทำเฒ่า                        ความหมาย                 ทำแก่แดด  อวดรู้  ตีตนเสมอ       ผู้ใหญ่

             ทำนุ้ย                         ความหมาย                  ทำออดอ้อนอย่างเด็ก

        ทำบ่าว                            ความหมาย                  ทำตัวเป็นหนุ่มเกินวัย

        ฉีกเหงือก                           ความหมาย                   ดันทุรัง   นอกคอก  

      รดท่อน                             ความหมาย                   การอาบน้ำเพียงครึ่งตัวส่วนบน

       สากลัว                             ความหมาย                   กลัว

  หกใส่                                 ความหมาย                 กล่าวหา   กล่าวโทษ   กล่าวร้าย

   บ้าเหมีย                              ความหมาย                 กิริยาผู้ชายที่บ้าผู้หญิง  เป็นคำตำหนิ

     บ้าผู้                                ความหมาย                 กิริยาที่ผู้หญิงบ้าผู้ชาย  เป็นคำตำหนิ

   หล้าปาก                              ความหมาย                 การพูดจาโดยขาดความสำรวม

   มุ้งมิ้ง                                 ความหมาย                  เวลาพลบค่ำ  โพล้เพล้

    หนอยหนอย                          ความหมาย                   เบา ๆ

    ไหว้เมีย                               ความหมาย                  สู่ขอ  แต่งงาน (ใช้กับผู้ชาย)

     ยังชั่ว                                 ความหมาย                  ดีขึ้น  อาการดีขึ้น

     ซักย่าน                               ความหมาย                  เดินตามกันมาเป็นแถว


หม้าย =ไม่                                
แล= ดู                                        
เกือก =รองเท้า                                
รถถีบ= รถจักรยาน                
ดายของ= เสียดาย
ดอกกุญหยี= ดอกบานไม่รู้โรย
ดอกขี้ไก่= ดอกผกากรอง
หลา= ศาลา
สายคอ =สร้อยคอ
สายมือ= สร้อยข้อมือ
หรอย= อร่อย
หรอยจังฮู้ = อร่อยมาก ๆ
หนน= ถนน
เอม= อิ่ม
โหม๋เรา =พวกเรา
ไตร= อะไร
หาจก =ตะกละ
จังฮู้= เยอะ
เหม็ด= หมด
หยบ  =หลบ
เก้าเอ้=เก้าอี้
อาคาด = มากมาย
แหลง = พูด
พี่บ่าว = พี่ชาย
สาวนุ้ย=  น้องสาว
แขบ=  รีบ
ดีหวา = ดีกว่า
ไม่หลาบ=  ไม่จำ,ไม่เข็ด
ดานเฉียง = เขียง
ช้อนชี่=  ตะหลิว
สากเบือ = สากกะเบือ
ลอกอ = มะละกอ
ส้มม่วง,ลูกม่วง = มะม่วง
ไอไหร=  อะไร
หิด=  นิดหน่อย
ตะ  =ได้ไหม
เหล็กคูด = กระต่าย
จังเสีย=  เยอะจัง
นายหัว = เจ้านายผู้ชาย
ตัวอย่างคำศัพท์
[แก้] พืช ผัก ผลไม้
มะม่วงหิมพานต์ = กาหยู (เทียบอังกฤษ cashew) , กาหยี (ใช้มากในแถบ ภูเก็ต พังงา คำนี้เข้าใจว่าคนใต้ฝั่งตะวันตกจะรับมาจากฝรั่งโดยตรง ) , ยาร่วง, ย่าโห้ย, หัวครก (ใช้มากแถบพัทลุง สงขลา) , ม่วงเล็ดล่อ, ท้ายล่อ, และ ม่วงแตแหร (ใช้ในภาษาไทยถิ่นใต้ สำเนียงเจะเห )
ชมพู่ = ชมโพ่แก้ว, น้ำดอกไม้, ชมโพ่น้ำดอกไม้
ฝรั่ง = ชมโพ่ ยาหมู่ หย้ามู้ (คำนี้มาจาก jambu ในภาษามลายู )
ฟักทอง = น้ำเต้า
ฟัก = ขี้พร้า
ขมิ้น = ขี้หมิ้น
ตะไคร้ = ไคร
พริก = ดีปลี, โลกแผ็ด, ลูกเผ็ด
ข้าวโพด = คง (คำนี้มาจาก jagong ในภาษามลายู )
มะละกอ = ลอกอ กล้วยหลา
สับปะรด = หย่านัด (คำนี้ ใช้ทั่วไปทั้งภาคใต้ บางครั้งจะออกเสียงเป็นหย่าน-หัด; คำนี้เข้าใจว่าคนใต้รับมาจากฝรั่งโดยตรง โดยฝรั่ง รับมาจากภาษาอินเดียนแดงแถบบราซิ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2010, 08:44:46 โดย ปฏิญญา สตูล » บันทึกการเข้า

----085-884-8271----
yoddoy_ake
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2010, 04:37:33 »

 
บันทึกการเข้า
น้อยหน่า ♡。◕‿◕。❤
ตำแหน่งแม่ครัว
แม่ครัว ประจำบ้าน
**


กำลังใจ 47
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 9555
สมาชิก: 208


Level 79 : Exp 65%
HP : 0.1%

อย่า อยู่ อย่าง อยาก

« ตอบ #2 เมื่อ: วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2010, 13:14:47 »

  พี่บ่าววู๊ยยยย เหม็ดยังคะ 
บันทึกการเข้า

   

ปฏิญญา สตูล
ผู้ดูแลบอร์ด
พันจ่าเอก
**


กำลังใจ 35
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1684
สมาชิก: 105


Level 33 : Exp 36%
HP : 0.7%

HL 5D01150E

« ตอบ #3 เมื่อ: วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2010, 13:22:48 »

  พี่บ่าววู๊ยยยย เหม็ดยังคะ 
ยัง กา-หลัก-กา-ลุย-   เดี๋ยวไปเหมารถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์....ขนเอามาให้ เต็ม ครับ  อิอิ
บันทึกการเข้า

----085-884-8271----
น้อยหน่า ♡。◕‿◕。❤
ตำแหน่งแม่ครัว
แม่ครัว ประจำบ้าน
**


กำลังใจ 47
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 9555
สมาชิก: 208


Level 79 : Exp 65%
HP : 0.1%

อย่า อยู่ อย่าง อยาก

« ตอบ #4 เมื่อ: วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2010, 13:34:14 »

ยัง กา-หลัก-กา-ลุย-   เดี๋ยวไปเหมารถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์....ขนเอามาให้ เต็ม ครับ  อิอิ

วิ้ววววววววว  ~*กาลุยเหม็ดเลยยยย*~
บันทึกการเข้า

   

ปฏิญญา สตูล
ผู้ดูแลบอร์ด
พันจ่าเอก
**


กำลังใจ 35
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1684
สมาชิก: 105


Level 33 : Exp 36%
HP : 0.7%

HL 5D01150E

« ตอบ #5 เมื่อ: วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2010, 00:32:38 »

นำมาต่อ
ภาษาไทยถิ่นใต้ (ภาษาใต้) :
 ( หมวด -  ก   )


--------------------------------------------------------------------------------



กง (น.)  จงโคร่ง, คางคกไฟ : คางคกพันธุ์ใหญ่  สีน้ำตาลหม่น จนถึงสีดำ ลำตัวยาว
       ประมาณ 10 -12 นิ้ว กว้าง 5 - 8 นิ้ว สูงประมาณ 4 - 5.5 นิ้ว มีขายาว 6-8 นิ้วขา
       หน้าจะสั้นกว่าขาหลัง  นิ้วเท้าจะมี 4 นิ้ว ระหว่างนิ้วเท้า จะมีพังผืดเป็นแผ่นคล้าย
       ตีนเป็ด นิ้วกลางจะยาวมากกว่านิ้วอื่น ๆ มักอาศัยอยู่ตามริมป่าริมเขา ที่มีสายน้ำ
      ไหลผ่าน ตุ่มที่หนังของกงมีพิษ   คนปักษ์ใต้ในสมัยก่อน จะใช้หนังกง ตากแห้ง
       เป็นส่วนผสมในยาพิษหรือนำมาเผาให้เกิดเป็นควันพิษทำให้ผู้สูดดมหลับลืมไม่
       รู้สึกตัว
       
       ชาวไทยถิ่นใต้ มีความเชื่อว่า  กง เป็นสัตว์แห่งโชคลาภ  หากกงขึ้นบ้านใครแล้ว
       เจ้าของบ้านจะมีโชคลาภอยู่เสมอแต่เมื่อมีการเจ็บป่วยขึ้นภายในบ้านหรือมีเรื่อง
       ไม่ดีภายในบ้านกงจะไม่อยู่ในบ้านนั้นอีก  ดังนั้น ถ้ากงเข้าไปในบ้านใครเจ้าของ
       บ้านจะจับกงอาบน้ำทาแป้งให้  พร้อมทั้งจัดอ่างน้ำไว้ ใกล้ๆที่กงอยู่เพื่อให้กงได้
       เล่นน้ำ

กรวม   (ว.)  คร่อม     เช่น  นั่งกรวม  (นั่งคร่อม)
         " สาวๆ นุ่งกระโปรง เวลาซ้อนท้ายรถเครื่องอย่านั่งกรวม มันน่าเกลียด แต่ถ้า
         ให้ดีนุ่งกางเกง  แล้วนั่งกรวมไปเลย ปลอดภัยดี "

กร็อกแกร็ก  (น.) ไฮโล, การพนันชนิดหนึ่ง

กราด   (ว.)  เล็ก แคระแกร็น (มักใช้กับต้นไม้)

กริบตา (ก.) กระพริบตา
          ( เปรียบเทียบกับภาษามลายูจะใช้คำว่า kalip ในความหมายเดียวกัน )

กรี     (น.)  อุปกรณ์ที่ใช้ในการดายหญ้า เป็นมีดงอ ด้ามสั้น สันและคมมีดหักมุมได้
          ฉากกับด้าม เวลาดายหญ้า  จะต้องนั่งย่องๆ แล้วใช้  กรี  ดึงต้นหญ้า กอหญ้า
          เข้าหาตัว

กล้วยหลา (น.) มะละกอ   
       ( เป็นคำในภาษาไทยเจ๊ะเห  ที่ใช้ในภาษาสงขลา-คลองหอยโข่งดั่งเดิม ปัจจุบัน
       คนคลองหอยโข่งที่เรียกมะละกอว่า กล้วยหลา มักมีอายุ 60-70 ปี ขึ้นไป)

กล้า   (น.) พันธุ์ไม้ที่เพาะไว้เพื่อนำไปปลูกที่อื่น 
         (ก.) ไม่กล้ว   ในภาษาไทยถิ่นใต้ จะใช้คำนี้ใน ความหมาย   สู้งาน, ขยัน
      " ลูกสาวบ้านนี้ กล้าจัง ทำงานทั้งวัน ไม่หยุดเลย" = ลูกสาวบ้านนี้เป็นคนขยัน

กวายหลาย (ว.)ลักษณะอาการของคนที่พยายามไขว่คว้าหาสิ่งยึดเหนี่ยว เพื่อช่วย
         เหลือตัวเองให้พ้นภัย
         " แรกวา เห็นเณรไข เมาเหล้าเดินพลัดลงในคู   นอนกวายหลาย ๆ โหย๋ใน
         ป่าบอน ไม่มีใครช่วยเณรไข เลย "

กองลุย,  กองเอ  (ว.) มากมายก่ายกอง, มีมากเหลือเกิน
         (ในภาษาสงขลามักจะใช้คำว่า กองลุย  มากกว่าแต่ถ้าใชัคำว่า กองเอ ก็เป็น
         ที่เข้าใจ)

ก็องโท้   (ว.)  เที่ยงตรง  ซื่อสัตย์ ไม่ฉ้อโกง   คำนี้มักใช้ในวงการพนัน เช่น
         "จะหาเจ้ามือปอ ที่เล่น ก็องโท้ ได้ที่ไหนละ"
              ปอ  =  โป (การพนันชนิดหนึ่ง)

ก็องสี้  (น.) (มาจากภาษาจีน ) ที่พักของคนงานในสวนยาง เป็นอาคารชั้นเดียว
          ติดดิน และมีคนงานพักรวมกันหลายคน หรืออาจจะหลายครอบครัวก็ได้

ก๋อง,  หลังก๋อง  (น.)  หลังค่อม,  หลังโก่ง

กะ   (ส.)  ก็
         " ฉาน กะ ไป "   =   ฉันก็ไป

กะเบอะ,  เบอะ   (ส.)  อันที่จริง, ในความจริง,  ก็เพราะว่า
          คำนี้ใช้มากในภาษาไทยถิ่นใต้(สงขลา-คลองหอยโข่ง)  "เบอะ" "กะเบอะ"จะ
          วางไว้หน้าหรือหลังคำที่ต้องการเน้น ก็ได้  ตัวอย่างเช่น 
          " กะเบอะ มะ รึงเสือกเอง "    " เสือกเอง เบอะ "
          =   ก็มะ รึงเสือกหาเรื่องเอง ,  ก็เพราะมะ รึงเสือกเอง
          " เบอะ พี่หลวงซื้อแล้ว แรกวา   แล้วซื้อไส่ หล่าว " 
          =   ก็พี่ซื้อแล้วเมื่อวาน  แล้วซื้อทำไมอีก

กัน     1. (ว.) ด้วย      " ไปกัน " =  ไปด้วย
         2. (ก.)  กัน  กีดกัน  กันผม (ความหมายเดียวกันกับภาษากรุงเทพ)
         3. (น.)  กัน  ลักษณะของป่าไม้ เรียกว่า ป่ากัน เป็นป่าละเมาะเกิดจากการทำ
        ไร่แบบเลื่อนลอย แล้วปล่อยทิ้งไว้ จนมีต้นไม้ขึ้นเป็นหย่อมๆ

กางหลาง   (ว.) เกเร  ทำอะไรที่ค่อนข้างขวางหูขวางตา
            ( ความหมายใกล้เคียงกับคำว่า กวนตีน )

กาศครู  (ก.)  อัญเชิญวิญญาณ ของครูหมอตายาย  (ครูบาอาจารย์และบรรพบุรุษ)
           มาประจำ ณ โรงพิธี เช่น โรงหนังตลุง โนรา ฯลฯ เพื่อเป็นศิริมงคลก่อนจะทำ
           การเล่น (กร่อนมาจากคำว่า  ประกาศครู )

กาหลอ  (น.)ชื่อของการแสดงดนตรีที่ใช้ประโคมในงานศพตามประเพณีปักษ์ใต้ 
         เชื่อกันว่าคำว่า กาหลอ มาจากพระกาฬ หมายถึง พระอิศวรเทพแห่งความตาย
         ซึ่งชาวไทยปักษ์ใต้เรียกว่า พระกาหลา คู่กับ พระกาหลี(เจ้าแม่กาลี พระชายา
         ของพระอิศวร) และคำว่า กาหลา ตามสำเนียงมลายูท้องถิ่น จะออกเสียงเป็น
          กาหลอ ครื่องดนตรีที่เล่น ก็เป็นเครื่องดนตรีตามแบบมลายูโบราณ จึงเชื่อกัน
         ว่า ไทยปักษ์ใต้  น่าจะรับการแสดงกาหลอมาจากชวา/มลายู ในสมัยศรีวิชัย
          (ก่อนยุคศาสนาอิสลาม)
          ข้อมูลเพิ่มเติม

กาหลา (น.) ชื่อของพันธุ์ไม้ตระกูลข่า พืชท้องถิ่นชนิดหนึ่งของปักษ์ใต้ ชื่อของพืช
        พันธุ์นี้ พ้องเสียงกับคำ พระกาหลา - พระกาฬ ( พระอิศวรเทพแห่งความตาย
        ในอดีตจึงไม่นิยมนำมาปลูกในบ้าน  และไม่นิยมนำดอกกาหลาไปบูชาพระ
          ( ปัจจุบันคนปักษ์ใต้น้อยคนที่จะรู้ความหมายของคำ กาหลาในอดีต ประกอบ
        กับ กาหลา ได้ชื่อใหม่เป็นดาหลาจึงนิยมนำมาปลูกกันทั่วไป  โดยเริ่มจากปลูก
        เป็น ผักเหนาะ ใช้ทานคู่กับขนมจีนหรือข้าวยำ     ต่อมา ก็ปลูกเป็นไม้ตัดดอก
        ขาย ถือเป็นไม้ตัดดอกที่ทนทาน อยู่ได้หลายวัน  มีราคาดี )

ก้าไหว  (น.) ชื่อการเล่นกีฬาชนิดหนึ่งของเด็กๆในชนบทเขตคลองหอยโข่ง-สงขลา
         ที่ใช้ลูกบอลยาง( ขนาดลูกเทนนิส) ทำด้วยลูกโป่ง พันด้วยยางพารา  วิธีเล่น
         จะแบ่งผู้เล่นออกเป็น 2 ฝ่ายใช้ลูกบอลขว้างไปมา การขว้างจะมีท่าทาง และ
         วีธีขว้างแบบต่างๆ ลูกบอลที่ใช้ขว้าง เรียกว่า ลูกกาไหว 
        (กีฬาของเด็กชนิดนี้ชาวสวนยางจะไม่ค่อยชอบเนื่องจากเด็กๆมักจะเข้าไปขโมย
         ลอกหน้ายางในสวนยางพารา มาพันลูกบอล )

กิน  (ว.) คม  (ใช้กับของมีคม )
       "เมดนี้ ลับพันผรื่อกะไม่ กิน สักที" = มีดเล่มนี้ลับเท่าไร(อย่างไร)ก็ไม่คมสักที

กำชำ  (น.)  มะหวด (พันธุ์ไม้ชนิดหนึ่ง)

กำพรัด,  คำพรัด (น.)การว่ากลอนหรือขับกลอนของ โนรา ศิลปะประจำถิ่นใต้ หาก
         นำบทกลอนที่แต่งไว้ก่อนแล้วหรือกลอนที่มีมาตั้งแต่โบราณมาขับ จะเรียกว่า
          "ว่าคำพรัด"  หรือ "ว่ากำพรัด" แต่หาก โนรา สามารถขับกลอนที่เกี่ยวกับ
         บุคคลสถานที่หรือเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้เป็นกลอนสดจะเรียกว่า "ว่ามุดโต"

กำพรึก, ลูกกำพรึก (น.) กัลปพฤกษ์ ต้นไม้สาระพัดนึก ขึ้นอยู่ตามสี่มุมเมืองในยุค
         พระศรีอารย์ เชื่อกันว่า หากประสงค์สิ่งใด ก็สามารถเก็บ หรือสอยเอาได้ตาม
         ปรารถนา
         "หว่านลูกกำพรึก"  การโปรยทานในพิธีเผาศพ มักใช้สตางค์ หรือเงินเหรียญ
         ยัดใส่ในลูกมะนาว หรือห่อด้วยกระดาษสี กระดาษแก้ว โดยจะโปรย ขณะไฟ
         กำลังลุกไหม้ เพื่อให้ลูกหลาน ได้เก็บเป็นที่ระลึก หรือนำไปใช้จ่าย

กุนหยี,   กุดหยี  (น.)  บานไม่รู้โรย(ดอกไม้)

กุบ  (น.) กล่องหรือภาชนะเล็ก ๆ ที่มีฝาปิด ใช้ใส่ของ  เช่น  "กุบใส่ใบจากยาเส้น"

กุบกับ (ว.)   รีบด่วน    " ทำอะไรกุบกับ "   = ทำอะไรที่รีบด่วน

กุลาหักคอ, แมงกุลาหักคอ (น.) แมงชนิดหนึ่งสีดำ มีปีกแข็ง เมื่อจับได้จะดีดตัวดัง
        เปาะๆ  (ถ้าจับตัวไว้ หัวจะดีดไปมา)   ในกรณีที่ แมงชนิดนี้ คลานเข้าหูเด็กๆ จะ
        อันตรายมาก  เนื่องจาก แมงกุลาหักคอ จะเข้าไปดีดอยู่ในรูหู

กุหลิบ  กุหลิบ (ว.) ลักษณะการกระพริบตา มองผู้อื่นโดยสายตาที่ใสซื่อ
          ( มักเกิดขึ้นหลังจากที่ถูกตำหนิ )

เก้ง    (ว.)   ทำอะไรไม่เสร็จ
       " ชามเก้ง "  =  ชามที่ทิ้งไว้ไม่ล้าง     
       " เด็กขี้เก้ง " =   เด็กที่ถ่ายอุจจาระแล้ว ไม่ล้างก้น
       คำว่า "เก้ง" ในภาษาไทยถิ่นใต้ คำนี้ ใกล้เคียงกับคำว่า "แก้ง" ในภาษาไทยถิ่น
       อื่นๆ คือ    "ไม้แก้ง"  = ไม้ที่ใช้เช็ดก้น แล้วทิ้ง    ในภาษาไทยพื้นบ้านเพชรบุรี
       " แก้งขี้พระร่วง " = ไม้เช็ดก้นของพระร่วง(ภาษาไทยโคราชใช้เรียกชื่อพันธุ์ไม้
       ชนิดหนึ่ง ที่เนื้อไม้ มีกลิ่นเหม็นคล้ายอุจจาระ )

เกลือน-อก  (ก.)  คลื่นใส้สะอิดสะเอียน,  รู้สึกรับไม่ได้ ต่อคำพูดหรือการกระทำ
         (ในบางท้องถิ่น คำนี้จะออกเสียงเป็น กวนอก )

เกียงฉอด  (น.) ตะเกียงอะเซติลีน อุปกรณ์ให้แสงสว่างของชาวสวนยาง ซึ่งจะผูก
         ตะเกียงให้ติดกับหมวก หรือ กาบหมากทำเป็นหมวก สวมไว้ที่ศีรษะขณะกรีด
         ยาง(โล๊ะยาง) แสงไฟของ " เกียงฉอด"จะส่องให้เห็น "หน้ายาง"ได้ชัดเจน
         กรีดยางได้สะดวก

เกียน   (น.) เกวียน

เกี๊ยะ  (น.)  ปลวก โดยเฉพาะปลวกทหารที่มีหัวโตทำหน้าที่ป้องกันศัตรู
         ( ภาษาสงขลา - คลองหอยโข่ง )
         " ถ้าจะขุด เหมา ทำเหยื่อตกปลา กะอย่ากลัวเกี๊ยะขบ "  =  ถ้าจะขุดแมงเม่า
         ทำเหยื่อตกปลา  ก็อย่ากลัวปลวกกัด
         ( เปรียบเทียบกับภาษามลายู จะใช้คำว่า kiak-kiak ในความหมายเดียวกัน )

แกร็ด ,  แก็ด (ก.) กัดแทะ, กิริยาที่ใช้ฟันกัดแทะให้กร่อนทีละน้อย  เช่น แมลงสาบ
         กัดผ้าจะใช้ว่า  แมงสาบแก็ดผ้า ( แกร็ดผ้า )

แกล็ดฟ้า 1.(น.) เกล็ดฟ้า,ก้อนเมฆระดับสูงมีลักษณะเป็นเกล็ดบางๆหรือเป็นละออง
        คลื่นเล็กๆอยู่ติดกัน เรียงรายกันอย่างมีระเบียบ เต็มท้องฟ้า    มักจะเห็นในช่วง
        หมดฤดูฝนของปักษ์ใต้   ( จัดอยู่ในกลุ่มเมฆ cirrocumulus  หรือ กลุ่มเมฆ
        altostratus )
        2. (ว.)   ลักษณะของผมที่เว้าแหว่งไม่เรียบ ไม่สวย เป็นคลื่นเหมือนเกล็ดฟ้า
        ปกติมักเป็นทรงผมของเด็กเล็กที่นั่งไม่นิ่งเวลาตัดผม  ทรงผมที่ได้จึงเรียกว่า
        "ทรงแกล็ดฟ้า"

 
แกะ  (น.) ชื่อของอุปกรณ์ ที่ใช้เก็บข้าวในชุมชนปักษ์ใต้   มีลักษณะเป็นใบมีดเล็กๆ
        ติดกับแผ่นไม้บางๆใช้เก็บข้าว(ตัดรวงข้าว)ที่ละรวงและนำไปมัดเป็น เลียงข้าว
        เลียงข้าวที่ได้จะนำไปกองซ้อนกันในห้องข้าว(ยุ้งข้าว)เก็บไว้ได้เป็นปีก่อนเก็บ
        ในห้องข้าว  เลียงข้าวจะต้องแห้งสนิทไม่มีความชื้น

         กล่าวกันว่า แกะ  คือ  อารยธรรมร่วมในพื้นที่อาณาจักรศรีวิชัยในอดีต ที่ยัง
         หลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน( จะเห็นได้จากการที่ ชาวนาปักษ์ใต้ของไทย ชาวนา
         มาเลเซีย สุมาตรา รวมทั้ง ชวา จะใช้ แกะ เก็บข้าว มีการมัดรวงข้าวเป็น เลียง
         ตลอดทั้งกรรมวิธีการเก็บใน  ห้องข้าว และการนวดข้าวที่เหมือนกัน จะผิดกัน
         ก็เพียงภาษาที่ใช้สื่อสารกันเท่านั้น)

โก้    (ก.)    กู่  ตะโกน
         " อย่าโก้ให้ดัง มันหนวกหู "   =  อย่าตะโกนให้ดัง  มันหนวกหู

โกง   1. (ก.)  ฉ้อโกง  ( เหมือนกับความหมายในภาษากรุงเทพ )  2.  (ว.) ลักษณะ
         อาการกริยาที่หยิ่งยโส ถือตัว ไม่คบผู้อื่น  เช่น  " ไอ้บ่าวนี้โกงจัง พอไปเรียน
         บางกอกหลบ มาบ้าน ไม่แหลง กับใครเลยนะ "

ไก่ต่อพระอินทร์ (น.) แมลงช้าง 
        ( แมลงชนิดหนึ่ง ที่ทำหลุมทรายไว้คอยดักจับ แมลงตัวเล็กๆที่ตกลงไป)


หมายเหตุ
 

-    ก.      =    กริยา        ว.    =     วิเศษณ์ (คุณศัพท์หรือกริยาวิเศษณ์)
     น.      =    นาม          ส.    =     สรรพนาม
     สัน.    =    สันธาน      บ.    =     บุรพบท       อ.    =     อุทาน
-  ในภาษาไทยถิ่นใต้ จะไม่มีเสียง ง  แต่จะใช้เสียง ฮ  แทน,    จะไม่มีเสียง ฝ, ฟ
    แต่จะใช้เสียง ขวฺ,  ควฺ   แทน
-  ในกลุ่มพยัญชนะอักษรกลาง   ถ้าภาษาไทยกรุงเทพเป็นเสียงสามัญ    ในภาษา
   ไทยถิ่นใต้จะออกเสียง จัตวา
-   คำในภาษาสงขลาหลายคำมาจากภาษามลายูดังนั้นกรุณาเปรียบเทียบกับภาษา
    มลายู(โบราณ)เพื่อจะได้ทราบที่มาที่ไป เข้าไปอ่านได้ที่ ภาษามลายูกับภาษา
   ไทยถิ่นใต้ )
 
 


 เอกสาร/แหล่งข้อมูล อ้างอิง

           1. หนังสือ " พระราชรัตน์มงคลโกศลอนุสรณ์ "
   เนื่องในงานพระราชทานเพลิงศพพระราชรัตน์มงคลโกศล (ขาว อุทยเถระ) เมื่อวันที่ 29
   มีนาคม 2546 ณ เมรุชั่วคราว วัดมัชฌิมาวาสวรวิหาร
      -  กลอนศัพท์ภาษาถิ่นภาคใต้ (สงขลา)   โดย  น.อุไรกุล (พระครูนิเทศธรรมาภรณ์)

           2.   ข้อมูลปฐมภูมิ  : ข้อมูลเรื่องคำและสำเนียงภาษาสงขลา สอบถามจากผู้สูง
   อายุในชุมชนรอบๆ สนามบินหาดใหญ่
บันทึกการเข้า

----085-884-8271----
yoddoy_ake
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #6 เมื่อ: วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2010, 01:20:04 »

ดีจังครับน้า 
บันทึกการเข้า
เดวิด ณ.นครราชสีมา
ซุมคนโคราชหน่าใหญ่นิสัยแมว
เรือตรี
**


กำลังใจ 29
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2522
สมาชิก: 162


Level 40 : Exp 85%
HP : 1.4%


อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2010, 11:52:42 »

เอาวันละหมวดเลยครับพี่ญาจะได้เก็บไว้
บันทึกการเข้า

ทีมงานดนตรี คูณสมบูรณ์ โปรโมชั่น โคราช วงดนตรี อิเล็คโทน คาราโอเกะ นักร้อง แดนซ์เซอร์ บริการให้เช่า เวที เครื่องเสียง เต้นท์ โต๊ะ เก้าอี้ ไฟประดับ 08-1725-9936 จังหวัด นครราชสีมา.
ปฏิญญา สตูล
ผู้ดูแลบอร์ด
พันจ่าเอก
**


กำลังใจ 35
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1684
สมาชิก: 105


Level 33 : Exp 36%
HP : 0.7%

HL 5D01150E

« ตอบ #8 เมื่อ: วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2010, 22:34:49 »

เอามาเพิ่มครับ

แขบ  หมายความว่า   เร็ว , รีบ เช่น

 “ แขบๆหน่อยสิจ๊ะ  ”  เร็วๆหน่อย สิเว่ย



  “แขบไปไหนอ่ะ”    รีบไปไหนอ่ะ



 



ตะ หมายความว่า  สิ,นะ     เช่น



“ แขบๆหน่อยตะ ”   เร็วๆหน่อยสิคะ



“ ไปด้วยตะ ”  ไปด้วยเซ่ะ



 



คำนี้เพี้ยนๆหน่อย แต่ก็หรอยดี55+

หม่า...แหม่ะ  ความหมายคือ  ไม่.....หรอก    เช่น



“ หม่าได้แหม่ะ ”  ไม่ได้หรอก



“ หม่าเอาแหม่ะ”   ไม่เอาหรอก



 



หลาว  หมายความว่า   แล้ว , อีกแล้ว   เช่น



“ มาอีกหลาว ”     มาอีกแว้ววว



“ เอาหลาวคนพรรค์นี้ ”   อีกแล้วคนพรรค์นี้



 



คำนี้ออกแนวขำๆดี



เจ็บฉี่ , เจ็บขี้  หมายความว่า  ปวดชิ้งฉ่อง , ปวดขี้    เช่น



“ กรุส์เจ็บขี้ว่ะ เหอะๆ ”



“ เจ็บฉี่ ไปฉี่กันเถอะแบรดขรา ^o^ ”



 



เข็ด  หมายความว่า  ปวด  หรือ เคล็ดอ่ะ   เช่น



“ ง่า! คนสวยเข็ดขาอ่ะ >o< ”  ก้อแปลว่าปวดขาอ่ะนะ



“ เข็ดแขน เมื่อกี๊ช้างเหยียบ ”   ก้อปวดแขนอ่ะแหละ



 



หลบ หมายความว่า  กลับ    เช่น



“ หลบบ้านไปหาที่ร๊ากก ”  ก้อกลับบ้านอ่ะจ๊ะ



=ไม่มีอันที่สอง ขี้เกียจพิมพ์ ๕๕+ =



 



เอิด หมายความว่า  กวนตรีนส์  อิอิ หรือประมาณว่าอย่ามาทำนิสัยไม่ดีใส่  เช่น



“  อย่ามาเอิด ไม่ใช่เพื่อนเล่นน้ะ ”   อย่ามากวนติง



“ เอิดแระ                ๆ ”  กวนติงแระ



 



คำนี้คงคุ้นๆหูนะ



หวังเหวิด  หมายความว่า  หวังดี     เช่น



“ ด้วยรักแหละหวังเหวิด ”   ด้วยรักแหละหวังดี



“ ผู้ชายคนเน้ หวังเหวิดกับเธอซาเหมอออออ~ ”   หวังดีเสมอ  โปเต้โต้ กรี๊ดดด!!



 



แหลง  หมายความว่า  พูด  เช่น



“ อย่ามาแหลงพร่อยๆ ฉานหม่าปลื้มแหม่ะ ”  อย่ามาพูดพร่อยๆ ชั้นไม่ปลื้มหรอก



 



ฟิดตุง, ยักหงาย(คำนี้ภาษาใต้ป่าว)  หมายความว่า    หงายหลัง 55+  เช่น



“ ว้าย! ฟิดตุง ”   ยักหงายเลยเพ่



 



คำสุดท้ายนะ



หรอย  หลายคนอาจคิดว่าแปลว่าอร่อย แต่ความจริงมันได้หลายความหมายนะ เช่น



“ หรอยชิหายเรย ”   มันส์ชิหายเรย



“ หรอยแรง ”  อาจหมายถึง สุดยอดอ่ะ อารามว่าสะใจเงี่ยะ  เห็นตอนเชียร์กีฬาที่รร.


บางคำอาจจะซ้ำกัน... จำไม่ได้ว่า มีอะไรซ้ำ อิอิ
บันทึกการเข้า

----085-884-8271----
ปฏิญญา สตูล
ผู้ดูแลบอร์ด
พันจ่าเอก
**


กำลังใจ 35
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1684
สมาชิก: 105


Level 33 : Exp 36%
HP : 0.7%

HL 5D01150E

« ตอบ #9 เมื่อ: วันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2010, 00:25:31 »

 #!23นำมาต่อ
ภาษาไทยถิ่นใต้ (ภาษาใต้) :
 ( หมวด -  ข   )

ขหมายเหตุ :
 เสียง ข.- อักษรสูงในภาษาไทยกลาง  ในสำเนียงใต้(สงขลา)จะมีฐานเสียงเป็น
 เสียง ตรี    ดังนั้น  ขน  ในสำเนียงใต้จึงออกเสียงเป็น  ค้น

 เสียง พ - อักษรต่ำในภาษาไทยกลาง ในสำเนียงใต้(สงขลา)จะมีฐานเสียงเป็น
 เสียงสามัญเพี้ยน คือ เป็นเสียงสามัญที่มีหางเสียงเป็นเสียงโทเล็กน้อย   เช่น
 พอง   ในสำเนียงใต้จะออกเสียงเป็น  พอง ่ (ออกเสียง  พอง แต่หางเสียงเป็น
 เสียง โท)      ขนพอง    ในสำเนียงใต้(สงขลา)จึงเป็น  ค้น พอง่

 กรุณา เปรียบเทียบจากเสียงพูดของคนสงขลา  หรือ อ่านคำอธิบายเพิ่มเติม
 จาก เสียงวรรณยุกต์ในภาษาสงขลา
                 
 


ขนพอง (ก.)  ขนลุก (ภาษาไทยถิ่นใต้จะใช้คำว่า ขนพอง ในความหมายแสดง
        อาการหวาดกลัว) 
          "บ่าวไข เดินหลบบ้านผ่านเปรว   ปากบอกว่า ไม่กลัวผี  แต่ขนพอง"

ขบ    (ออกเสียงเป็น ข็อบ) (ก.)   1. กัด      " หมาขบ "  =  หมากัด
         2.  การใช้คำพูดหยอกล้อกันอย่างแรง  ในกลุ่มเพื่อนที่สนิมสนม 
             ( ความหมายเดียวกับคำว่า  ทับ )

      "วันนี้ โถกพี่หลวง ขบเรื่องแม่หม้าย แกแหลงยาวเป็นเรื่องเลย   อิโต้แก สักคำ
        กะทำไม่ได้"
        วันนี้ ถูกพี่หลวง แหย่เล่นเรื่องแม่หม้าย แกพูดยาวเป็นเรื่องเลย  จะโต้กลับแก
        สักคำก็ยังทำไม่ได้

ข่มเห็ง  ( ก) แดกดัน,  ประชด 
          "ตายข่มเห็งเปรว"  = ตายประชดป่าช้า  ความหมายคือ แดกดันผู้อื่น แต่
        ตัวเองเดือดร้อน

ขวฺน หา แก้ว  (น.) ฝนห่าแก้ว   ใช้ในความหมาย  ลูกเห็บ
       ( ในภาษาไทยถิ่นใต้จะไม่มีเสียง ฝ   แต่จะใช้ เสียง ควฺ    หรือ  ขวฺ  แทน )

ข้องใจ  (ก.) เป็นห่วง ด้วยความรักและคิดถึง     
         "ข้องใจลูกจัง มืดปานี้แล้วยังไม่หลบบ้าน"  =  เป็นห่วงลูกจัง มืดป่านนี้แล้ว
         ยังไม่กลับบ้านเลย       ( ห่วงใยด้วยความรัก เกรงว่าจะเกิดอันตราย ไม่ได้
         หมายถึง สงสัยระแวง เหมือนในภาษาบางกอก )

ข้องเชิง  (ว.)  พันขาตัวเอง
        ( เชิง มาจากภาษาเขมรแปลว่า ตีน, เท้า )มักใช้กับวัวควายที่เชือกล่ามพันขา
         จนต้องยืนอยู่กับที่ ไปไหนไม่ได้ กินหญ้าก็ไม่ได้

ขอย    1. (ก.)  (ออกเสียงเป็น ค้อย )  สอย
          "ขอยโหลกม่วง" = สอยมะม่วง
          ไม้ที่ใช้สอย จะเรียกว่า  ไม้ขอย   หรือ  ไม้ฉอย
           2. (น.) (ออกเสียงเป็น ค้อย   ) หมายถึง    ข่อย (ต้นไม้)

ข้างตีน ,  ประตีน  (น.)   ด้านทิศเหนือ, ทิศเหนือ
         คำๆนี้มีรากศัพท์มาจากภาษาเขมรว่า คางเจิง   เจิง,  เชิง = ตีน  ในภาษาเขมร
         คางเจิง มีความหมายถึง ทิศเหนือ เช่น เวียตนามเหนือ เขมรจะใช้ว่า เวียตนาม
         คางเจิง  (ซึ่งถ้าแปล เป็นภาษาไทยถิ่นใต้ ก็จะได้ว่า เวียตนามข้างตีน)

ข้างเริ่น    (ว.) ข้างเรือน   เริ่น  ก็คือ เรือน ความหมายคำนี้ คือ ข้างบ้าน  ใกล้ๆบ้าน

ข้างหัวนอน , ประหัวนอน   (น.)  ทิศใต้
        คำๆ นี้มีรากศัพท์มาจากภาษาเขมรว่า คางทะโบง ทะโบง =หัวนอน คางทะโบง
        มีความหมายถึง ทิศใต้  เช่น  เวียตนามใต้ เขมรจะใช้ว่า  เวียตนามคางทะโบง
        ( แปลเป็นภาษาไทยถิ่นใต้ ก็จะได้ว่า เวียตนามข้างหัวนอน)

        ข้อสังเกตุ : คำว่า ข้างตีน, ข้างหัวนอนเป็นคำใต้ที่รับอิทธิพลความหมายมาจาก
        ภาษาเขมร แต่ดัดแปลงมาใช้คำไทยแทน  ในภาษาไทยถิ่นใต้  จะมีคำที่รับมา
        จากภาษาเขมรอีกหลายคำ เช่น
        "ระโนด"      (ชื่ออำเภอหนึ่งของสงขลา ) มาจาก"เดิมระโนด" ในภาษาเขมร
                            ความหมายคือ ต้นตาล
        "สะทิงพระ"     สะทิง  ในภาษาเขมร ความหมายคือ  คลอง
        "หญ้าขี้เตรย"   มาจากภาษาเขมรวา  บันเตรย  ความหมายคือ หญ้าเจ้าชู้
            ฯลฯ

ขาดหุ้น (ว.)   มีสติปัญญาไม่ครบสมบูรณ์  ไม่เต็มเต็ง

ข้าวต้ม  (น.) ข้าวต้มมัด  ( ภาษาถิ่นใต้ นครศรีธรรมราช เรียกว่า เหนียวห่อกล้วย )

ข้าวต้มโจ้ก (น.)  ข้าวต้ม หรือ โจ้ก  (หมู,ไก่)
          ( เพื่อไม่ให้สับสนกับ ข้าวต้ม - ข้าวต้มมัด จึงมักจะใช้คำว่า โจ้ก ต่อท้าย หรือ
          ใช้คำว่าโจ้ก เพียงคำเดียว )

ข้าวนะ  อาหาร หรือสำรับกับข้าวที่เตรียมไว้ใส่บาตรพระ หรือนำไปถวายพระที่วัดใน
           งานบุญ

ข้าวเปียก (น.)   ข้าวที่ต้มให้เละๆ ข้นๆ ใส่น้ำตาลให้หวานหรือไม่ใส่ก็ได้ มักทำให้
            คนไข้ หรือ เด็กทาน

ขาวเหยียก, ขาวเหงียก  (ว.) ขาวโพลน,  ขาวอย่างชัดเจน,  ขาวจนซีด

ขี้กรา   (น.)  น้ำครำใต้ถุนครัว ที่มีตะไคร่น้ำขึ้น

ขี้ใก่มวนเทียน  (น.)ขี้ไก่ที่มีลักษณะสีดำเหนียว เหลวและมีกลิ่นเหม็นมาก
            ( ภาษาไทยถิ่นใต้บางแห่ง จะใช้เป็น  ขี้ใก่มนเทียน )

ขี้ไก่, ต้นขี้ไก่ดอกขาว  (น.)  ต้นสาบเสือ

ขี้ไก่, ต้นขี้ไก่ดอกแดง  (น.)  ต้นผกากรอง

ขี้ชิด , ขี้เรียด    (ว.) ตระหนี่ ขี้เหนียว

ขี้โดก (ว.)(ผลไม้)ที่มีเมล็ดมาก เนื้อน้อย หรือใช้เรียกคนผอมว่า" คนขี้โดก "ก็ได้

ขี้เตรย  (ข.) (น.) หญ้าเจ้าชู้  ไทยถิ่นใต้เรียกว่า  หญ้าขี้เตรย  (  คำนี้เลือนมาจาก
          บันเตรย / ก็อนเตฺรย  ในภาษาเขมร )

ขี้แตระ  (น.)พื้นที่บริเวณในป่าพรุที่น้ำท่วมไม่ถึง แต่มีน้ำล้อมรอบในหน้าแล้ง หากมี
         ไฟไหม้ป่าจะคงเหลือแต่  "หัวขี้แตระ" ที่มองไกลจะเห็นตะปุ่มตะป่ำไปทั่วทุ่ง

ขี้นก  (น.) ชื่อพริกขี้หนูที่งอกขึ้นเองตามไร่ชายป่า ไม่มีใครปลูก เม็ดเล็กและเผ็ด
         มากกว่า  ไทยถิ่นใต้ เรียกว่า ดีปลีขี้นก

ขี้พร้า  1.(น.)ฟักเขียว (พืช)
          2.(ว.)(หมู)ขี้พร้า ใช้เรียกหมูพันธุ์พื้นเมืองของปักษ์ใต้ตัวเล็กสีดำ ลำตัวแอ่น
          จนท้องเกือบติดพื้น

ขี้มิ้น (น.)  ขมิ้น

ขี้เม็งเชา  ( น.) ขี้เทา ( ขี้ที่ค้างอยู่ในลำไส้ของเด็กแรกคลอด )

ขี้ร้อง  (ว.)   ขี้แย

ขี้ลม      (น.)  ก้อนเมฆ

ขี้หก , ขี้เท็จ   (ว.) โกหก พูดไม่จริง

ขี้หนอน  (น.) ในภาษาถิ่นใต้ มี 2 ความหมาย คือ
           1. ภาษาถิ่นใต้ดั่งเดิมเรียก กินนร (ครึ่งคนครึ่งสัตว์ในป่าหิมพานต์) ว่า
             "นางขี้หนอน"
           2.  พันธุ์ไม้ชนิดหนึ่งใช้เป็นสมุนไพร ใบอ่อนยอดอ่อน ใช้เป็น ผักเหนาะ

ขี้เหล็กขัดหม้อ ( น.)   ฝอยเหล็กขัดหม้อ

ขึ้นขี้   (ก.)   ตั้งเค้า คำนี้ใช้กับ ฝน     
            "ฝนขึ้นขี้"   จะหมายถึง   ฝนตั้งเค้า

เข    (ก.) ขี่   (สำเนียงสงขลา เสียงสระ อี  จะออกเสียงเป็นสระเอ)
        ดังนั้น  "เข หรด"  ก็คือ ขี่รถ   ,        "เข ฮัว" ก็คือ ขี่วัว

เขน  (น.)  พระจันทร์เสี้ยว   ( ในภาษาเขมร :    แข = พระจันทร์ )
        คนไทยถิ่นใต้ดั้งเดิม จะเรียกพระจันทร์ว่า เดือน  เรียกพระจันทร์เสี้ยวว่า เขน
        แต่ถ้า พระจันทร์เต็มดวง จะเรียกว่า เดือนเพ็ง   
        ในบทกลอนที่ เด็กๆแถวอำเภอคลองหอยโข่ง สงขลา ใช้ขับโต้กันในงานรื่นเริง
        เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2510 ปรากฏคำว่า เขน  อยู่ด้วย ดังนี้
          " เขน เหวฺน หวัน   ยายทองจัน ทิ่มข้าวปุกๆ ............."  ความหมายคือ
        พระจันทร์เสี้ยว ตระเวน แดนสวรรค์   ยายทองจัน ตำข้าว (เสียงดัง)ปุกๆ....
        ( เหวฺน  =  ตระเวน,        หวัน =  สวรรค์ ,    ทิ่มข้าว  =  ตำข้าว)
        ( ปัจจุบัน พ.ศ.2550 เราจะหาคนที่เรียกพระจันทร์เสี้ยวว่า เขน นี้ ได้น้อยมาก)

เขลอะ  (ก.)  ซุกซน,  เล่นเกินไป จนผิดกาละเทศะ
           " มึงอย่าเขลอะ กูเป็นกำนันแล้วนะ " ความหมายประโยคนี้
          คือ มึงอย่าทำเป็นเล่น กูเป็นกำนันแล้วนะ (ให้เกียรติกูหน่อย ในทำนองนี้ )
          (เขลอะ   มีความหมายใกล้เคียงกับคำว่า เหลิ่น  สามารถใช้แทนกันได้)

เข้าโหม้ง( ว.) นิสัยเข้ากันได้ดี, ทำงานร่วมกันได้ดี (เหมือนกับการขับบทกลอนของ
        นายหนังตะลุงที่เสียงขับเข้ากับเสียงโหม่งได้อย่างกลมกลืน เพราะพริ้ง )

เขี่ย   ( ออกเสียงเป็น  เคี้ย ) (ก.)   แคะ  เช่น เขี้ยฟัน  ก็คือ  แคะฟัน

เขือตูน ,   เขือช่อ ,   (น.)  มะเขือพวง

แข็ง  (ว.) 1. แข็ง,  ไม่อ่อน     2. สู้งาน, ขยัน
      " ลูกสาวบ้านนี้ ทำงานแข็งจัง ทำทั้งวัน ไม่หยุดเลย" =  ลูกสาวบ้านนี้เป็นคน
        ขยัน สู้งาน

แข็งหัว  (ก.) เขกหัว

แข็ด หมูน,  แจ็ด หมูน  (น.)   บอระเพ็ด

แขบ   ( ออกเสียงเป็น  แคบ ) (ว.)     เร่ง,  รีบ         "อย่าแขบ" =  อย่ารีบ
          แต่คำว่า "ไฟแขบ" จะหมายถึง  ไฟฉาย 

โขก  ( ออกเสียงเป็น  โค้ก )  (ส.)  ในภาษาสงขลา จะใช้คำนี้แทน จำนวน 50 สตางค์

        "ซื้อกะปิ 1 โขก"  =  ซื้อกะปิราคา  50  สตางค์
        "ซื้อทอง 1 โขก"  =  ซื้อทองหนัก  50  สตางค์
     ( ปัจจุบันคำว่า "โขก" นี้  มีคนพูดน้อยมากคงมีอยู่เฉพาะในภาษามลายูปัตตานี
      แต่ใช้ในความหมาย "เงินบาท" เช่น  ซอโก๊ะ จะหมายถึง 1 บาท  ถ้า ลีมอโก๊ะ
      จะหมายถึง เงิน  5 บาท เป็นต้น )

โขก เขก (ว.) ขรุขระ  ไม่เรียบ 
        คำนี้ มักใช้กับทาง หรือ ถนน   เช่น     "ทางนี้โขกเขกจัง" =  ทางนี้ขรุขระจัง

ไข่ขาง ( ออกเสียงเป็น ไค้ค้าง ) (น.)  ไข่ของแมลงวัน (ที่ยังไม่เป็นตัวหนอน)

ไข่อุ้ง   ( ออกเสียงเป็น ไค้อุ้ง ) (น.)   โรคใส้เลื่อน  ( ถุงอัณฑะโต )

 


--------------------------------------------------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------

หมายเหตุ

     ก.      =    กริยา        ว.    =     วิเศษณ์ (คุณศัพท์หรือกริยาวิเศษณ์)
     น.      =    นาม          ส.    =     สรรพนาม
     สัน.    =    สันธาน      บ.    =     บุรพบท       อ.    =     อุทาน
     ข      =    ภาษาเขมร
บันทึกการเข้า

----085-884-8271----
ปฏิญญา สตูล
ผู้ดูแลบอร์ด
พันจ่าเอก
**


กำลังใจ 35
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1684
สมาชิก: 105


Level 33 : Exp 36%
HP : 0.7%

HL 5D01150E

« ตอบ #10 เมื่อ: วันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2010, 00:28:15 »

 #!23นำมาต่อ
ภาษาไทยถิ่นใต้ (ภาษาใต้) :
 ( หมวด -  ค )


คง    (น.)   ข้าวโพด
        ชาวปักษ์ใต้จะเรียกข้าวโพดว่า  " คง "   ตั้งแต่ชายแดนมาเลเซีย จนถึงนครศรี
        ธรรมราช     (เปรียบเทียบกับมลายู  จะใช้คำว่า jagong )

คด ขดแข็ด คดเค็ด  (ว.)    ลักษณะการคดที่วก วนไป วนมา
        " แรกก่อนทางขึ้นเขาพับผ้าไปตรัง คด ขดแข็ด คดเค็ด" = เมื่อก่อนทางขึ้นเขา
        พับผ้าไป ตรัง คด วกวนมาก

คนด้น  (น.)  คนดุ ,  นักเลง

คลิง (ก) คลึง, หมุนไปมาด้วยมือ

ครอกแครก   (ว.) อาการคลื่นไส้ มักใช้กับผู้หญิงตั้งครรภ์ที่แพ้ท้อง

คร็อม   1. (น.) เพลี้ย  2.  (ว.) ความจำเสื่อม,  อาการหลงลืมของผู้สูงอายุ
         " ปลูกถั่วคราวนี้ไม่ได้ผล  คร็อมลง ฝักถั่วหงิกหมดเลย "   =  ปลูกถั่วคราวนี้ไม่
         ได้ผลเพลี้ยลง ฝักถั่วหงิกหมดเลย
         " หวางนี้ หลวงไข่ คร็อมแล้ว แหลงไม่รู้เรื่องเลย "  =  เดี่ยวนี้ หลวงไข่ เป็นโรค
          ความจำเสื่อมเสียแล้ว พูดจาไม่รู้เรื่องเลย

คร่อม   (น.)  กระดูกไหปลาร้า

ครัน   (ว.)  มาก
        " น้องบวชได้ตั้ง 3 พรรษา แล้วสึก พี่ว่าดีครัน แล้วน้อง "
          น้องบวชได้ตั้ง 3 พรรษา แล้วสึก พี่ว่าดีมาก แล้วน้อง

ครูหมอตายาย(น.)วิญญาณของครูบาอาจารย์และบรรพบุรษ บางครั้งจะใช้เพียง
         คำว่าตายาย ก็ได้    เช่น 
         " ไอ้บ่าวนุ้ย ไข้มาหลายวันแล้ว ไปโรงหมอหลายหนแล้ว กะไม่หาย พ่อเฒ่า
         แกว่า หมันโถก ตายาย ทัก "
        ความหมายคือ ลูกชายคนเล็กเป็นไข้มาหลายวันไปโรงพยาบาลก็หลายครั้งหลาย
        หนแล้ว ก็ไม่หายซักที พ่อเฒ่าแกบอกว่า วิญญาณปู่ย่าตายายทัก

       กรณีตายายทักเช่นนี้ผู้เฒ่าผู้แก่มักจะมีความเห็นให้เล่น โนราโรงครู แก้บนเสียลูก
       หลานที่เจ็บไข้ก็จะหาย

ครกเบือ (ออกเสียงเป็น  คร็อก เบือ ) (น.) ครกประจำครัว ใช้ตำน้ำพริก ตำเครื่องแกง
        สากเบือ  =  สากที่ใช้คู่กับ ครกเบือ

คลด  (ออกเสียงเป็น  คล็อด ) (ก.)   กัด ,  แทะ อาหาร
         " คลด คง "  =  กัดแทะข้าวโพด

ควน    (น.)  เนินเขา,  เขาเตี้ยๆ

คอ    (น.) 1.อวัยวะที่เชื่อมระหว่างหัวกับลำต้ว,  ส่วนคอดระหว่างหัวกับต้วของภาชนะ,
         ส่วนคอดของเส้นทาง     2.   เพื่อนเกลอ,   คนที่ชอบเหมือนกันหรือคุ้นเคยกัน
          ไอ้คอ   = ไอ้เพื่อนเกลอ

คอม  (น.) ทหารกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย พรรคคอมมิวนิสต์แห่ง
      ประเทศไทยที่เข้าไปอยู่ในเขตป่าเขาช่วงระหว่าง พ.ศ. 2509 - 2523โดยเหตุผล
      ทางการเมือง

ค้อย   ( ออกเสียงเป็น ข่อย)   (ว.)  ด้วย    (คำนี้มีเฉพาะในภาษาสงขลา )
       " ไป ค้อย ม้าย ? "  =  ไปด้วยกันม๊ย ?
       " ท่ามั้ง ไปค้อย "  =  รอหน่อย จะไปด้วย 

คั่น  (ก)   ขวาง,   กั้น   ในภาษาไทยถิ่นใต้ จะใช้ในความหมาย  เกะกะ  ขวางทางเดิน
      " พี่นั่งตรงนี้ คั่นน้องม้าย " = พี่นั่งตรงนี้จะเกะกะน้องมั้ย(น้องจะทำงานสะดวกมั้ย)

คำพรัด,  กำพรัด,  (น.)การว่ากลอน หรือขับกลอนของโนรา ศิลปะประจำถิ่นใต้ หาก
        นำบทกลอนที่แต่งไว้ก่อนแล้วมาขับ จะเรียกว่า "ว่าคำพรัด"  หรือ "ว่ากำพรัด"
        แต่หาก โนรา มีปฏิญาณสามารถว่ากลอนที่เกี่ยวกับบุคคล สถานที่หรือเหตุการณ์
        เฉพาะหน้าได้เป็นกลอนสด จะเรียกว่า "ว่ามุดโต"

คึง    (ว.)  (น้ำ)ที่ค้างอยู่  ยังคงอยู่  ยังขังอยู่
           "ฝนตกหนัก จนบ่อข้างบ้าน มีน้ำ คึง อยู่เต็มบ่อ"

คุ่นคิ่น ( ออกเสียงเป็น ขุ่นขิ่น)  (ว.) เกือบหมด,  เกือบจะไม่พอ
         "เดือนนี้ ฉาน ต้องเสียค่าเทอมให้ลูกชาย คุ่นคิ่น จัง "  ( คุ่นคิ่น ในประโยคนี้
         หมายถึง เกือบไม่มีเงินเหลือ )

คุบ,  คลุบ (ว.) ทันทีทันใด 
        " คุบ หวิบ,  คลุบ หวิบ"   -  อารมณ์โกรธ ที่เกิดขึ้นทันทีทันใด
        " คุบ ยกขึ้น"   -  ลุกขี้นยืนทันที,  ลุกขึ้นอย่างเร็ว

คุมท่าววัน , คุมราววัน  (ว.)  จนถึงทุกวันนี้
         " ฉานยังจำเรื่องนั้นได้ คุมท่าววัน " = ฉันยังจำเรื่องนั้นได้ จนถึงทุกวันนี้

คูจง  (น.)สัตว์จำพวกบ่าง แต่มีขนาดใหญ่
        ( พบมากตามป่าเขา แนวเขาบรรทัด ในเขต สตูล- พัทลุง-สงขลา)

คูรำ   (น.)   เลียงผา ( แพะภูเขา )

เคง   (น.)  1.  หวอด หรือฟองน้ำที่แม่ปลาพ่น ลอยเป็นกลุ่ม ใช้เป็นที่วางไข่
        2. จอมปลวกเล็กๆ ที่อยู่ตามทุ่ง ป่าเสม็ด ป่าพรุ (สูงประมาณ 1-2 ฟุต) หรือรัง
        ปลวกเล็กๆที่เกาะอยู่ตามต้นมะพร้าว เรียกว่า หัวเคง ก็ได้
        " ลายเคง "  = การรื้อหรือทำลายงานที่เพิ่งเริ่มวางรากฐานจนงานนั้นต้องล้มเลิก

เคย  (น.) 1. กะปิ     "เคยกุ้ง" = กะปิกุ้ง        " เคยปลา " =   กะปิที่ทำจากปลา
          2.  อวัยวะเพศหญิง (ของเด็กเท่านั้น ถ้าเป็นผู้ใหญ่แล้ว จะไม่ใช้คำนี้ )
          3.  "แมงเคย" = แมงปอ   ( ในภาษาไทยถิ่นใต้ (สงขลา-คลองหอยโช่ง)
         จะเรียก แมงปอ ว่า แมงเคย      ผีเสื้อ จะเรียกว่า  แมงบี้ )

เคร่า  (ก.)   รอคอย
         " เคร่า พี่มั้ง "   =  รอพี่ด้วย
         " พี่นั่ง เคร่า น้อง อยู่ที่หลาริมทาง " =  พี่นั่งคอยน้อง อยู่ที่ศาลาริมทาง

เคอะ   (ก.)    ทะลึ่ง, แสดงกริยาวาจาที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ไม่รู้จักกาละเทศะ

เค้า   (น.)  ต้นเรื่อง,  กรอบ,  ขอบเขต
        คำนี้ภาษาไทยถิ่นใต้  มักใช้ในสำนวน
          1.  "ในเค้า"  จะใช้ในความหมาย ในเครือญาติ   เช่น
                      ถาม   " รู้จักหลวงไข่ คนนี้ม้าย ?" 
                      ตอบ   " รู้จัก.. ในเค้าลุงใกล้เขา"  =  รู้จัก..เป็นเครือญาติของลุงใกล้

          2.  " ไม่เข้าเค้า "      = ไม่เข้าพวก ไม่เข้ากลุ่ม
                         " คนไม่เข้าเค้า "  = คนไม่เอาไหน

แค่     (ว.)   ใกล้  , เกือบ
         " เหนื่อยแค่ตาย "        =  เหนื่อยเกือบตาย
         " ข้าวสารแค่หมดแล้ว " =   ข้าวสารเกือบจะหมดแล้ว
         " อยู่แค่ๆ บ้าน "          =  อยู่ใกล้ๆบ้าน
         " หลบ มาอยู่แค่ๆ "      =  กลับมาอยู่ใกล้ๆ
         " แค่รูหมูก "    =  ใกล้นิดเดียว
           บ้านอยู่แค่รูหมูก ยังมาไม่ทันรถ    =  บ้านอยู่ใกล้นิดเดียว ยังมาไม่ทันรถ
         " แค่เข้าแล้ว " = เกือบแล้ว,  เกือบจะบ้าแล้ว
         " ฉานแลๆ หลวงไข่ แค่เข้าแล้ว  แกเดินแหลงคนเดียวทั้งวัน "
           ฉันดูๆ แล้ว  พี่ไข่เกือบจะบ้าแล้วนะ  แกเดินไปเดินมา พูดอยู่คนเดียวทั้งวัน

แค็ก (ออกเสียงเป็น  แข็ก) (ก.)    ยืด , เบ่ง , เต๊ะท่า,  กิริยาท่าทางที่ถือดี อวดเก่ง

แค่น   (ก.) ฝืนกิน, ฝืนทำ   " พอ แค่น ได้ " = พอใช้ได้(แต่ยังไม่ดีพอ)

แค้น   (ออกเสียงว่า แข่น) (ก.)  จุก , ติดคอ (ทานอาหาร เคี้ยวแล้วกลืนไม่ลง ะต้อง
          ดื่มน้ำ  เพื่อ "ล้างแค้น" ) 

แคระ   (ก.)   สะพาย        " แคระย่าม " - สะพายย่าม   
          (ในบางท้องถิ่น จะออกเสียงเป็น  แคร่ )

แคว็ก ( ออกเสียงเป็น  แขว็ก )  (ก.) แคะ  ควัก ตัก  ขุด
         (อุปกรณ์ที่ใช้ แคว็ก จะต้องมีขนาด เล็ก เช่น  ช้อน, มีด,  นิ้ว)

แคว็ด    (ว.)  คด, ไม่ตรง, เอียงไปมาก

แคว็ด-จ้อน  (ออกเสียงเป็น  แขว็ด จ้อน)  (ก.) ถกเขมร,   นุ่งผ้าหยักรั้งพ้นหัวเข่า ,
         ลักษณะการนุ่งผ้าโสร่งของผู้ชายปักษ์ใต้ ที่ดึงส่วนล่างของโสร่งขึ้นมาเหน็บตรง
         สะเอว ( มักใช้เวลาลุยน้ำ  ไม่ให้โสร่งเปียก)

แควบ  1. (ว.) แฟบ, แบนเข้าไป    2. (น.) พันธุ์ไม้ชนิดหนึ่ง ขึ้นตามริมหนองคลองบึง
         ผลแบน แฟบ ผลอ่อนมีรสเปรี้ยว ใช้ยำเป็นอาหารได้

         หมายเหตุ - ภาษาไทยถิ่นใต้ดั้งเดิม(ก่อน พ.ศ.2500) จะไม่มีเสียง ฝ., ฟ.แต่จะ
         ใช้เสียง ขวฺ. และ  ควฺ.   แทน  แต่เนื่องจากการจัดการศึกษาที่ใช้ภาษาไทยภาค
         กลาง เป็นต้นแบบ ประกอบกับ อิทธิพลของวิทยุ โทรทัศน์  ทำให้ เด็กใต้รุ่นใหม่
         สามารถออกเสียง  ฝ., ฟ. ได้   จึงถือได้ว่าเสียง  ฝ., ฟ. ในภาษาไทยถิ่นใต้เป็น
         พัฒนาการทางภาษาของภาษาไทยถิ่นใต้ ในยุคปัจจุบัน

          ตัวอย่าง เสียง ขวฺ. และ  ควฺ.   ที่คนไทยถิ่นใต้ดั้งเดิม ใช้
              ไควฺ  ม้าย  =  ไฟไหม้
               ขวัด ข้าว  =   ฝัดข้าว
               ขวฺน ตก   =   ฝนตก
               ควัน ไควฺ  =   ควันไฟ
                  ฯลฯ
       (  คำเหล่านี้ ยังคงมีใช้อยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มชาวบ้านในเขตชนบท )

โค่-เค่  (ในสำเนียงสงขลา จะออกเสียงเป็น โข่-เข่) (ว.)   คู่ คี่   ( เลขคู่ เลขคี่ )
           " นกโค่เค่ "  จะหมายถึง นกเงือก (หรือ  "นกเฮียก" ในสำเนียงสงขลา)
           
         หมายเหตุ - "นกโค่เค่" มักจะอพยพย้ายถิ่นในช่วงเดือนสามเดือนสี่ จากป่าใน
         แถบเขาบรรทัดเขตรอยต่อสงขลา-พัทลุง-สตูล โดยจะบินเป็นฝูงใหญ่ผ่านคลอง
         หอยโข่ง-หาดใหญ่ ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ เข้าสู่ป่าเขาสันกาลาคีรีในเขตนาทวี
         สะบ้าย้อย  ในอดีตเมื่อ 40 ปีก่อน จะพบเห็น "นกโค่เค่ " เป็นประจำทุกปีประมาณ
         ฝูงละ 10 - 20 ตัว  เมื่อมองไปไกลๆ  เด็กๆจะเห็นฝูงนกและจะทายกันว่า นกทั้ง
         ฝูงรวมแล้ว  คู่ หรือ คี่  นั้นคือที่มาของ คำว่า" นกโค่เค่ "
           
         ในปัจจุบัน  หลังจากมีการสร้างสนามบินหาดใหญ่  และเปิดใช้เพื่อการพาณิชย์
         มาตั้งแต่ พ.ศ. 2514 " นกโค่เค่ " ก็ค่อยๆ ลดน้อยลงจนถึงปัจจุบัน  เด็กๆ แถว
         สนามบินหาดใหญ่ น้อยคนที่จะรู้จัก " นกโค่เค่ "

โคม   (น.)  กะละมัง   (ภาษาตรังใช้    ปุ๋น  ในความหมายเดียวกัน )

 


--------------------------------------------------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------

หมายเหตุ

-    ก.      =    กริยา        ว.    =     วิเศษณ์ (คุณศัพท์หรือกริยาวิเศษณ์)
     น.      =    นาม          ส.    =     สรรพนาม
     สัน.    =    สันธาน      บ.    =     บุรพบท       อ.    =     อุทาน
 
บันทึกการเข้า

----085-884-8271----
ปฏิญญา สตูล
ผู้ดูแลบอร์ด
พันจ่าเอก
**


กำลังใจ 35
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1684
สมาชิก: 105


Level 33 : Exp 36%
HP : 0.7%

HL 5D01150E

« ตอบ #11 เมื่อ: วันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2010, 00:32:29 »

นำมาต่อ
ภาษาไทยถิ่นใต้ (ภาษาใต้) :
 ( หมวด -  จ -ฉ  )


จกเจ็ก    (ออกเสียงเป็น "จ็อกแจ็ก") (ว.)    พูดมาก  พูดพร่ำเพรื่อ  พูดไม่หยุด
         (มักใช้ในความหมาย  การนินทา หรือ พูดเรื่องของชาวบ้าน)

จริงอะแหละ,  จริงฮันแหละ     จริงๆด้วย, เป็นอย่างนั้นแหละ

จอก  (น.)  ภาชนะใส่เหล้า หรือ น้ำดื่ม  (อาจจะทำด้วยแก้ว หรือดินเผา ก็ได้)

จ๊อง   (ก.)  ชี้เด่,  แข็งขึ้น,  ลุก   คำนี้จะใช้กับอวัยวะเพศของเด็กชายตัวเล็กๆ ที่มัก
        จะแข็งตัวเมื่อตื่นนอน หรือก่อนถ่ายปัสสาวะ  (เป็นคำที่ผู้ใหญ่ใช้หยอกเล่นกับ
        เด็กๆที่แสดงถึงความรัก ความเอ็นดู)
           " ไอ้ตัวเอียด  ไข่จ๊อง แต่เช้าเลยนะ " = ไอ้ตัวน้อย จู๋ชี้เด่ ตั้งแต่เช้าเลยนะ

จ๊องหม๊อง (น.)  ปลาทะเลชนิดหนึ่ง ลักษณะเหมือนปลากระเบน แต่ตัวเล็กกว่า

จัง    (ก.) ล้น, หก, กระฉอก
           " หม้อแกงร้อนๆ ยกค่อยๆหีด เดี๋ยวน้ำแกงจัง "  =  หม้อแกงร้อนๆ ยกค่อยๆ
        หน่อย  เดี๋ยวน้ำแกงจะหก

จังกับ, จากับ  ( ม.),(ก.)พูดคุย
        ( เป็นภาษาสงขลาที่ใช้ในเขต นาทวี เทพา และสะบ้าย้อย ปัจจุบันมีคนพูดน้อย
        มาก   เปรียบเทียบกับมลายู จะใช้คำว่า  cakap  )

จังหรีด  (น.)  จิ้งหรีด

จังเหลน  (น.)  จิ้งเหลน

จังหู,   จังเสีย,  จ้าน,  เจ็กเจ็ก   (ว.)  มากมาย, เหลือเฟือ,  เยอะแยะ
           " หรอยจังหู "   =   อร่อยมากๆ
           " งานนี้คนมากจังเสีย "  =   งานนี้คนมากมาย
           " งานพืชสวนโลกที่เชียงใหม่มีต้นไม้แปลกๆมากจ้าน เดินแลไม่หมด "
           " งานเดือนสิบเมืองคอนปีนี้ คนเจ็กเจ็ก " (ความหมายคือ  ผู้คนมากมาย
         เหลือเกิน)

จันหวัน  (ว.) (คน)ที่ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี,  ไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวอะไร,   (คน)ที่เอาแต่ได้
       
         ( คำนี้เป็นภาษาไทยถิ่นใต้ที่ใช้ในเขตนครศร๊ธรรมราช  ในภาษาสงขลาไม่ค่อย
           มีคนใช์คำนี้  ส่วนมากจะใช้คำว่า บ้าหวัน  ขวางหวัน  ซึ่ง ความหมายจะใกล้
           เคียง ไม่ตรงกันทีเดียวนัก   )

จาน    1.  (น.) ภาชนะใส่อาหาร
          2.  (ก.) ราดน้ำแกง 
          " กินหนุมจีนให้หรอย อย่าจานน้ำแกงให้มากแรง "   = (จะ)กินขนมจีนให้
          อร่อย อย่าราดน้ำยาให้มากนัก

จ้าน   (ว.) มาก,  จังเลย
             " ไอยะ น่ารักจ้าน "  =  โอ โห  น่ารักจังเลย
             "  มากจ้าน "  =   มากจังเลย

จ้าโขย,  จาโขย, จาก้วย  (จ.) (น.) ปาท่องโก่  ; ขนมทอดของคนจีน (อิ่วจาก้วย)
        ในภาษาไทยถิ่นใต้(สงขลา) จะเรียกว่า จ้าโขย  หรือ จาโขย   ขณะที่คนไทย
        ถิ่นใต้ฝั่งอันดามัน แถบภูเก็ต - พังงา จะเรียกว่า จาก้วย 

จาพุทโธ  (อ.)  คำอุทาน เวลามีเรื่องเศร้าสลด
        ( คล้ายๆ กับคำว่า พุทโธเอ๋ย   ของคนบางกอก )

จิ้งจัง (น.)  ปลาตัวเล็กหมักเกลือ
        ภาษาไทยถิ่นใต้(สงขลา) จะเรียกว่า จิ้งจัง, ภาษาไทยถิ่นใต้ในบางที่ออกเสียง
        คำนี้เป็น  ฉิ่งฉาง

จิม    (ว.)  ใกล้ๆขอบ,  เกือบถึงขอบ,   ริม,
           " วางของบนโต๊ะ  อย่าวางให้จิมเดี๋ยวของจะหล่น  "

จี      (ก.)  ย่าง (ปลา เนื้อ ฯลฯ ) บนถ่าน ที่ไฟไม่ร้อนจนเกินไป

จุก อก,  ยัดตับ,  แตกเลือด (ก.)   กิน
        ( ถือเป็นคำหยาบ ที่มีความหมายใกล้เคียงกับคำว่า  แดก ,  ยัดห่า )

จู้จี้   1.(น.)ชื่อของแมงชนิดหนึ่งที่อยู่ในมูลสัตว์
              "แมงจู้จี้" (อีสานเรียกว่า แมงกุดจี้)
       2.(ว.)  มืดสนิทจนมองอะไรไม่เห็น 
              " มืดจู้จี้"   (มืดดำเหมือนสีของแมงจู้จี้)

จู้จุน  (น.) ชื่อของขนมชนิดหนึ่ง    มักจะใช้เศษแป้ง ที่เหลือจากการทำขนมเจาะหู
        (ขนมแห้งเดือนสิบ)ผสมน้ำตาล นำมาทอดน้ำมัน มีลักษณะกลมๆคล้ายไข่ดาว

เจ้ย  (น.)  ภาชนะจักสานรูปร่างคล้ายกระด้งแต่มีขนาดเล็ก ทำด้วยไม้ไผ่สาน
       ตาห่างๆ (ใช้ตากปลา)ในภาษาไทยถิ่นใต้ จะมีภาชนะจักสานในกลุ่มนี้ 3 ชนิดคือ
          ด็อง =  กระด้ง  (ขอบกระด้งเป็นวงรี ขอบด้านหนึ่งจะแหลมคล้ายจงอย ช่วย
                     ให้สะดวกเวลาฝัดข้าว เอาแกลบออก )
          ดั้ง   =  กระด้ง  (ขอบกระด้งจะเป็นรูปวงกลม)
          เจ้ย  =  กระด้ง  (ขนาดเล็ก  สานตาห่างๆ)

เจี้ยน    (ก.)  ทอด(ปรุงอาหาร) เช่น    เจี้ยนปลาเค็ม = ทอดปลาแค็ม

เจี้ยนฉี๋  (น.)  ตะหลิว   (บางที่ เช่น นครศรีธรรมราช จะเรียกตะหลิว ว่า  " หวักผัด ")

แจ็บแบ็ดหัว (ก.) เจ็บหัว, ปวดหัว (ต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือพฤติกรรมใดพฤติกรรมหนึ่ง)
          " กู แจ็บแบ็ดหัว กับเณรดำนี่จริงไส่มันเบล่อพรรค์นี้ " = กูปวดหัวกับเณรดำ
          นี่จริง ทำไมถึงโง่อย่างนี้

แจ็บพุงเยี่ยว  (ก.) ปวดฉี่

แจ็บพุงขี้   (ก.)  ปวดท้องขี้

โจ   ( ม.),(น.) เครื่องกันขโมย (มักใช้ขู่เด็กที่ชอบขโมยผลไม้) ทำด้วยกระบอกไม้ไผ่
      หรือ" ติหมา " เสกคาถาอาคมหรือเขียนอักขระ ไว้ที่ "โจ"  เพื่อให้ขลัง ถ้าใคร
      ขโมยผลไม้ไปกิน เชื่อว่าจะมีอันเป็นไป เช่น ปวดท้อง
      ( " โจ " ในภาษาไทยถิ่นใต้คำนี้ เป็นคำที่รับมาจาก " ปาโจ" หรือ  pachau ใน
      ภาษามลายู )

โจะ  (ว.)  จุ    (พอ,  เต็ม )
       " ของทั้งหมดนี้ ใส่ในลัง พอ โจะ ม้าย "  =  ของทั้งหมดนี้ ใส่ในลัง พอจุ มั้ย
     
       ( เสียงสระ อุ ในภาษาไทยภาคกลาง   สำเนียงไทยถิ่นใต้(สงขลา)จะแปลงเป็น
       เสียง สระโอะ )

 


--------------------------------------------------------------------------------



ฉอย,  ขอย (ก.)  สอย ให้ร่วงลงมา
       ภาษาสงขลา-คลองหอยโข่ง จะเรียกไม้ที่ใช้สอยผลไม้ ว่า ไม้ฉอย หรือไม้ขอย   

ฉ็อง  (ว.) คำภาษาใต้ ใช้อธิบายลักษณะ กลิ่นที่รุนแรง เช่น กลิ่นแมงดา หรือ กลิ่นฉี่
          "เหม็น ฉ็อง เยี่ยว"   =  เหม็นกลิ่นฉี่

ฉัด  ( ออกเสียงเป็น ชัด )  (ก.)  เตะ    (ใช้หลังเท้าเตะ)
         ในถิ่นใต้บางแห่ง(เช่น สุราษฎร์ฯ) จะใช้คำว่า เท้า( ออกเสียงเป็น ท่าว )ในความ
         หมายเดียวกัน

ฉาน ( ออกเสียงเป็น ช้าน ) (ส.) ผม (เป็นคำใช้แทนตัวเอง - สรรพนามบุรุษที่ 1)
          ปัจจุบันคำนี้ มีคนพูดน้อยมาก  จะมีบ้างก็มักจะเป็นผู้สูงอายุ

ฉ่าน   เป็นคำที่ใช้ในความหมาย ตอบรับว่า   ถูกแล้ว  ใช่แล้ว   ครับ

ฉาบ (ว.) เกือบ     " ฉาบหล่น "  = เกือบหล่น   
                         " ฉาบตาย "   = เกือบตาย

ฉ้าย  (ก.)  บอกใบ้      " ฉ้ายเบอร์ "  = ใบ้หวย

ฉุก ( ออกเสียงเป็น ชุก )  (ก.)   ยุ   มักใช้กับหมา
          " ฉุก หมาให้ยิกงัว "  =  ยุหมาให้ไล่วัว

ฉุกหุก  (ว.)  ฉุกละหุก

ฉู้ด      (ก.)  กระฉูด  กระเด็น กระเซ็น
          " น้ำฉู้ดใส่ " = น้ำกระเซ็นใส่

เฉียง  (ก.) จาม, ฟันด้วยมีดใหญ่ (ขวาน, พร้า )ในภาษาไทยถิ่นใต้ คำว่า เฉียง
       จะใช้ในความหมายการฟันลงตรงๆ  เท่านั้น
          " ใช้ขวานเฉียง "  = ใช้ขวานจาม
          " ขวานเฉียงฟืน " = ขวานที่ใช้ผ่าฟืน
          " ดานเฉียง "  =  เขียง (ไม้กระดานที่ใช้รองการสับ หั่น)

แฉ้   (ก.)  ร่อน,  ขว้างออกไปในแนวระนาบ  มักใช้กับสิ่งของ รูปทรงแบนๆ เช่น จาน
        " แฉ้เบื้องหลังคา ให้เฉียดน้ำ "  =  ร่อน(เศษ)กระเบื้อง(มุง)หลังคา ให้แฉลบน้ำ


แฉกแวก ฉายวาย  (ว.) ยุ่งเหยิง แตกแยก ระสำระสาย รวมกันไม่ติด
       "หวางนี้ ชายแดนปักษ์ใต้ แฉกแวก ฉายวาย หมดแล้ว"   =  เดี๋ยวนี้ ชายแดน
       ปักษ์ใต้ มีแต่ความแตกแยก รวมกันไม่ติด...(ความสงบที่เคยมี หมดสิ้นแล้ว)...

แฉง  (น.) กะบัง  ส่วนของด้ามมีด/ด้ามดาบ กะบังไม่ให้ถูกมือ
             "แฉงไฟ "= กะบังไฟ หรืออุปกรณ์ที่บังไม่ให้ไฟส่องกลับมายังผู้ถือ

แฉ็ง  (ก.) เปิดออก แล้วปิด
        " แฉ็งไข "  =  กริยาของเด็กชายที่ซุกซน เล่นกับอวัยวะเพศ
        " ไอ้บ่าว มึงอย่าแฉ็งไฟเล่น เดี่ยวถ่านหมด " = ไอ้หนูเอ็งอย่า เปิด ปิดไฟฉาย
        เล่นเดี่ยวถ่าน (ไฟฉาย) หมด

โฉ้    (ว.)  ไม่ชัดเจน ไม่แน่ใจ ว่าเป็นอะไร  ( ใช้ในการขยายความคำถาม)
         " ไอไหรโฉ้ " = อะไรก็ไม่รู้
         " ใครโฉ้ ยืนอยู่หลังบ้าน "   =  ใครก็ไม่รู้ ยืนอยู่หลังบ้าน
         "  รู้สึกผรื่อโฉ้ "  =   รู้สึกอย่างไรก็ไม่รู้ ( รู้สึกไม่ค่อยจะปกติ แต่ไม่รู้ว่าเป็น
                                     อะไร )

 


--------------------------------------------------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------

หมายเหตุ

     ก.      =    กริยา        ว.    =     วิเศษณ์ (คุณศัพท์ หรือ กริยาวิเศษณ์)
     น.      =    นาม          ส.    =     สรรพนาม
     สัน.    =    สันธาน      บ.    =     บุรพบท       อ.    =     อุทาน
     จ.     =   ภาษาจีน      ม.    =     ภาษามลายู
บันทึกการเข้า

----085-884-8271----
ปฏิญญา สตูล
ผู้ดูแลบอร์ด
พันจ่าเอก
**


กำลังใจ 35
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1684
สมาชิก: 105


Level 33 : Exp 36%
HP : 0.7%

HL 5D01150E

« ตอบ #12 เมื่อ: วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2010, 00:46:28 »

เอามาต่อครับ หลายวัน ที่สะสมคำ
คว็อก= ปูด,บวม
ไอ้ไหร= อะไร
 ซาหวาง =สมน้ำหน้า เช่น เณรพรอุตสาเฝ้าสาวนั้นอยู่นานแต่ไม่หาญแหลง ตกลงเพื่อนมาจีบซาหวางไป
ลิบลิบ =มาก ใช้กับ ระยะทางและความสูง เช่น แลพร้าวต้นนั้นตะสูงลิบลิบ ก็หมายความว่า ดูต้นมะพร้าวต้นนั้นสิสูงมากเลย 
 ราสา,ลุยเอ,กาลักกาลุย,แจ่กแจ่ก ช=มากมายก่ายกอง
 ขาดหุ้น =คนที่มีจิตไม่สมประกอบ 
 ตะ =สิ เช่น เอาตะ แปละว่า เอาสิ
 นายหัว =คนขับรถ เจ้านาย
 จันจ้าว =ดวงจันทร์
 คราว= เท่ากัน เช่น เราคราวกัน คือ เราอายุเท่ากัน แขบ รีบ แขบๆ เร็วๆวานโมงแดง ไม่,คร้าน
 หวัก =พัทพี จวัก 
ปรือ =๑. อย่างไร, เป็นอย่างไร เช่น ทำปรือ เป็นพันปรือ หรือถิ่นสุราษฎร์พูดสั้นๆว่าปรื้อก็ความหมายเดียวกัน, ไม่ปรือ***-***ยังสบายดี, ทำอะไร***ไม่ได้ ๒. ต้นกก มีชื่อบ้านนาปรือที่จังหวัดพัทลุงเป็นข้อยืนยัน เพราะที่นั่นเมื่อก่อนมีกกชนิดนี้มาก อีสานเรียกหลายชื่อคือปือ(บ้านสงปือ) ผือ(บ้านผือ) เป็นต้น
 ล่อง =ช่องระหว่างไม่กว้างนัก เช่น ช่องระหว่างไม้นอกชานที่เด็กๆมักจะเดินพลาดจนตีนถลำลอดลงไปก็เรียกว่าลอดล่อง ระเด่นลันไดนัดนางประแดะว่า "พอยามย่ำค่ำนี้นะน้องแก้ว พี่จะลอดล่องแมวเข้าไปหา" ส่วนร่องเป็นท้องลึกเป็นทาง        ไป   เช่น ร่องสวน ท้องร่อง คนถิ่นกลางมักจะไม่รู้จักคำล่องกันบ้างแล้ว
 เชื่อง =ชิน เช่น กินแกงน้ำเคยจนเชื่องเสียนิ โถกตามใจจนเชื่องพ้นไปเสีย, คุ้นดังสัตว์คุ้นคน เช่น ลูกงัวตัวนี้เชื่องเหลือเหตุ
 สัปรด= มลายูว่านานัด ใต้ว่าย่าหนัด, ย่านหัด อีสานว่าบักนัด เล่ากันว่าล้นเกล้ารัชกาลที่ ๕ เมื่อทรงชิมลูกไม้นี้ว่ามันมีรสรวมกันหลายรสจึงเรียกว่า      สรรพรสแปลว่าครบทุกรส แล้วกลายเสียงเป็นสัปรดทีหลัง 
บันทึกการเข้า

----085-884-8271----
ปฏิญญา สตูล
ผู้ดูแลบอร์ด
พันจ่าเอก
**


กำลังใจ 35
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1684
สมาชิก: 105


Level 33 : Exp 36%
HP : 0.7%

HL 5D01150E

« ตอบ #13 เมื่อ: วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2010, 00:48:43 »

ช 


ชง      (ก.)  งง  ( ทำอะไรไม่ถูก ตัดสินใจไม่ได้ )

ชะ ,  ตร้า    (น.)  ตะกร้า

ช็องด็อง  (ว.) ดื้อรั้น,  ทำในสิ่งคนทั่วไปไม่ทำ

ชันชี    (มล. - janji )  (ก.)  ตกลง, สัญญา           
      "เรามาชันชีกันก่อน"  -  เรามาตกลงกันก่อน

       ตัวอย่าง เพลงร้องเรือ หรือเพลงกล่อมเด็ก ของปักษ์ใต้ ที่ใช้คำว่า   ชันชี

      อ้า เห้อ เหอ    แค้นใจเหอ   จะถีบลูกไดเสียให้หัก     ไม่เหมือนแรกรัก แรกชันชี
      น้ำเต้าไม่ทันแตกยอด บ่าวน้อยผมสอด ถอยหลังหนี   ไม่เหมือนแรกรัก แรกชันชี
      เสียที่ทีรัก เห้อ เหอกัน
       
        "ลูกได"  = ขั้นบันได   "แรกชันชี"  = คำสัญญาเมื่อก่อน  "น้ำเต้า" = ฟักทอง

ชับ   (ออกเสียงเป็น  ฉับ) (ว.)  แน่น , แข็งแรง,  ชำนาญ
        " จับขวาน ต้องจับให้ชับ "   = จับขวาน ต้องจับให้แน่น
        " น้องไม่หาญขับ น้องขับรถไม่ชับ " =  น้องไม่กล้าขับ น้องขับรถไม่เก่ง
                                                            (ไม่ชำนาญ)

ช้างท้อง,  ถ่างท้อง( น.) ช่องหูอักเสบ เรื้อรัง มีน้ำหนองไหล และมีกลิ่นเหม็น มักจะ
       เป็นกับเด็กๆที่เล่นน้ำในห้วยหนองคลองบึงที่มีน้ำสกปรกเรียกว่า "หูเป็นช้างท้อง"
       หรือ " หูเป็นถ่างท้อง "
     ( ภาษาสงขลา - คลองหอยโข่ง ใช้ได้ทั้ง ช้างท้อง และ ถ่างท้อง  คำนี้ในบางถิ่น
      จะออกเสียงเป็น  " หูเป็นถ่างทื่ง " )

ช่าย    (ว.)  หลังเที่ยง
          " มาถึง หวันช่ายแล้ว " - มาถึงเมื่อเวลาบ่ายแล้ว
            ( ให้เปรียบเทียบกับวลี " ตะวันชายบ่ายคล้อย " )

ชาม   (น.) คำนี้ ในภาษาไทยถิ่นใต้(สงขลา) ดั่งเดิม    จะใช้ในความหมาย  "จาน "
         (ภาชนะรูปแบนๆ สําหรับใส่สิ่งของต่าง ๆ)เช่น "ชามข้าว"จะหมายถึงจานใส่ข้าว
        ( ปัจจุบัน คำนี้ คงมีใช้อยู่บ้างเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ในกลุ่มคนรุ่นใหม่มักใช้คำ
         ว่า จาน  ตามภาษาไทยมาตรฐาน )
         
        ข้อสังเกตุ ทั้ง ภาชนะใส่ของที่มีปากงุ้มหรือโค้งเข้า (ชาม)และภาชนะรูปแบน ๆ
        ขนาดเล็กสําหรับใส่สิ่งของต่าง ๆ (จาน) ในภาษาไทยถิ่นใต้(สงขลา)ดั่งเดิมจะ
        เรียกว่า ชาม เหมือนกันหมด

ชาด   (อ.)   แหม - คำอุทานที่แสดงถึงความประหลาดใจ
                 " ชาด เจ็บจังเสีย "  = แหม เจ็บจังเลย

ชาวป่า  (น.) เงาะซาไก  กลุ่มชนดั่งเดิมที่อาศัยในเขตป่าเขาของภาคใต้      ในภาษา
        ไทยถิ่นใต้(สงขลา) จะเรียก เงาะซาไก  ว่า  ชาวป่า  หรือ  โหมฺเงาะ
        (โหม ออกเสียง โม้ = หมู่ )
             ชาวป่า   =  เงาะซาไก (กลุ่มชนดั่งเดิมที่อาศัยในเขตป่าเขา)
             โหมฺป่า (โม้ปา) =  คอมมิวนิสต์ (คนในพื้นราบที่อาศัยในเขตป่าเขา ด้วย
                                       เหตุผลทาง การเมือง

ชิ ,  ฉิ   (อ.)  คนสงขลา(คลองหอยโข่ง) จะไล่หมาด้วยเสียงนี้      ชิ  หรือ   ฉิ
        ในขณะที่คนสงขลา (ริมทะเล) จะใช้ เป็น    แฉะ   หรือ  แฉ

ชิน  (น.)  ดวงไฟประหลาดสีขาวขุ่น  ที่มักล่องลอยอยู่ในบริเวณป่า  หรือในบริเวณ
      สถานที่รกร้างในตอนกลางคืน

        คนปักษ์ใต้สมัยก่อน เชื่อว่า เป็นดวงวิญญาณชั้นต่ำ ที่ประกอบแต่กรรมชั่วในภพ
        ที่แล้ว  เมื่อละสังขารไปก็มาเกิดเป็นดวงไฟ ที่ล่องลอยวนเวียนไม่ได้ผุดได้เกิด
        เรียกว่า  "ชิน" บริเวณที่พบ  "ชิน" ลอยวนเวียน มักจะมีลานบนพื้นดินที่เตียนเป็น
        วงไม่มีหญ้าขึ้น เรียกว่า  "ลานชิน"   คนปักษ์ใต้สมัยก่อน เชื่อว่า   ถ้าใครพบเห็น
        "ชิน"แล้ว ชี้ด้วยนิ้วเพื่อบอกผู้อื่น  จะทำให้ผู้ชี้ประสบแต่เรื่องร้ายๆ ไม่เป็นมงคล
        (ในมุมมองของคนรุ่นใหม่  "ชิน" อาจเป็นเพียงกลุ่มแก๊สเรืองแสงที่เกิดจากการ
        ย่อยสลายของใบไม้ที่ทับถม)

เช่น , แช่น  (ว.)  ฉลาดหลักแหลม 
          " ไอ้บ่าวนี้ มันเช่น "   - ไอ้หนุ่มนี้มันฉลาด

เชาะ   (ก.)  เอาเชือก 2 เส้น มาผูกปลายให้ติดกัน
          (ในบางท้องถิ่น จะออกเสียงเป็น  ช่อ, ชก )

แช     (ว.)   ช้า      " ไส่แชจัง  กูท่าตั้งนาน " - ทำไมช้าจัง กูรอตั้งนาน

ชั้งกั้ง  (ว.) เกะกะ, ขวางหูขวางตา คำว่าชังกั้ง คำนี้เป็นคำที่ผู้ใหญ่พูดถึงเด็ก ที่ไม่ถึง
        กับเกเร อาจเป็นเด็กที่ทะเล้น ทะลึง แต่ไม่ทำให้ใครเสียหาย
          " ไอ้บ่าวนี้ชั้งกั้งจัง "  -  ไอ้หนุ่มนี้ทำอะไรเพี้ยนๆขวางหูขวางตาจัง
        ( บางครั้ง จะใช้คำว่า ช็องด็อง ก็ได้ มีความหมายเดียวกัน )

ชั้น,  สายชั้น   (ออกเสียงเป็น - ชั่น,  สายชั่น) (น.)  ปิ่นโต (ใส่อาหาร)

ชุมโผ่, ชมโผ่  (น.)  ฝรั่ง(ผลไม้)  ในบางท้องถิ่นของปักษ์ใต้ จะเรียก ฝรั่ง ว่า ยาหมู
        (มาจากคำว่า  jambu ในภาษามลายู )

ชุมโผ่ยาหวัน   (น.)  ชมพู่(ผลไม้)

ชุ่น    (ว.)  กริยาอาการที่ อยู่นิ่งๆ  ซึมเซา( ภาษาสงขลา - คลองหอยโข่ง)
          ปักษ์ใต้ท้องถิ่นอื่นจะใช้คำนี้ในความหมายตรงกันข้าม คือ กระวนกระวาย
          อยู่ไม่นิ่ง

เชี่ยน  (น.)  ภาชนะใส่หมากพลู
          " เบี้ยใต้เชี่ยน "   -  เงินจำนวนไม่มาก ที่เก็บไว้ใช้ส่วนตัวของคนเฒ่า คนแก่
          " เล่นเชี่ยน " - การกระทำที่ไม่เหมาะไม่ควร ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง

เชื่อม  1. (ก.) (ออกเสียงเป็น - เฉื่อม) ทำให้ติดกัน ประสานกัน ( ความหมายเดียวกัน
         กับความหมายในภาษาไทยมาตรฐาน)
          2. (ว.)  เหม่อลอย , ไม่เต็มเต็ง , ไม่เต็มบาท
           " ไอ้บ่าวนี้ เชื่อม ๆจัง  น่าจะส่งโรงพยาบาลประสาทได้แล้ว "
           - ไอ้หนุ่มนี้เหม่อลอยไม่ค่อยเต็มเต็ง  น่าจะส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลประสาท
        ได้แล้ว

โชน    1. (น.) พันธุ์ไม้ตระกูลเฟร์น ชนิดหนึ่ง
          2. (ว.)  หมดอายุ เพราะถูกความชื้น จนใช้การไม่ได้          คำนี้มักใช้กับถ่าน
         อะเซติลีน (ถ่านหิน -ที่ใช้ในตะเกียงแก๊สของชาวสวนยาง)ที่ถูกความชื้นจนหมด
         แก๊สแล้ว      "ถ่านหินโชนหมดแล้ว"

ไช     (ก.)  ต่อย     ( ใช้กับสัตว์จำพวกแมลง )
           ต้อไช   -    ตัวต่อ ต่อย      ผึ้งไช    -   ผึ้งต่อย

      ตัวอย่าง การใช้คำว่า ไช ที่มีในวรรณกรรมถิ่นใต้   

      หัวเปนลูกกะโท   รองราวเมโฉ   ไครย รูสิงใดย   รูแลว ยาเนง    เรงหามาไวย
      บางวาตอไช  เขาใสยขีควาย 
                                               จาก วรรณกรรมถิ่นใต้   " สีทน่นไชย "
      แปลงเป็น ภาษาไทย ปัจจุบัน  ดังนี้
       
      หัวเป็นลูกกะโท    ร้องราวเหม่ โฉ  ใครรู้สิ่งใด     รู้แล้วอย่าเหน่ง    เร่งหามาไว
      บ้างว่าต้อไช  เขาใส่ขี้ควาย
                                                จาก วรรณกรรมถิ่นใต้     ศรีธนนไชย

      ( ภูมิปัญญาท้องถิ่นของ คนไทยถิ่นใต้  กรณีที่โดนตัวต่อ ต่อย ให้เอาขี้วัวหรือขี้
      ควายสดๆ มาโปะปิดทับบริเวณที่ถูกต่อย  ขี้วัวหรือขี้ควายสด เป็นยาเย็น จะช่วยดับ
      พิษ บรรเทาอาการปวดได้  (ในกรณีที่ถูกต่อยครั้งเดียว) แต่หากโดนรุมต่อย ให้รีบ
      นำส่งโรงพยาบาล )

      หมายเหตุ:  ในภาษาไทยถิ่นใต้  หากสัตว์ทำร้ายคน จะใช้คำหลักๆ อยู่ 2 คำ  คือ
     ไช และ ขบ (ข็อบ) ตัวอย่างเช่น
             แมงโภ่ไช  - แมงภู่ต่อย 
             ผึ้งไช    -   ผึ้งต่อย
             ต้อไช   -    ตัวต่อ ต่อย
             หมาขบ   -  หมากัด
             เสือขบ   -   เสือกัด

ใช้   (ก.) สั่งให้ทำ, บังคับ, ตอบแทน, ชำระ, (ความหมายตรงกับความหมายในภาษา
       ไทยภาคกลาง)
           " ใช้ชาติ "  ความหมายในสำนวนถิ่นใต้ คือ ชดใช้หนี้กรรมที่ทำไว้ ทั้งในชาตินี้
       หรือชาติหน้า
       


--------------------------------------------------------------------------------

--------------------------------------------------------------------------------

 

หมายเหตุ

-    ก.      =    กริยา        ว.    =     วิเศษณ์ (คุณศัพท์หรือกริยาวิเศษณ์)
     น.      =    นาม          ส.    =     สรรพนาม        สันส.   =    ภาษาสันสกฤต
     สัน.    =    สันธาน      บ.    =     บุรพบท              อ.    =     อุทาน
     มล.    =  ภาษามลายู
บันทึกการเข้า

----085-884-8271----
ปฏิญญา สตูล
ผู้ดูแลบอร์ด
พันจ่าเอก
**


กำลังใจ 35
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1684
สมาชิก: 105


Level 33 : Exp 36%
HP : 0.7%

HL 5D01150E

« ตอบ #14 เมื่อ: วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2010, 00:51:21 »

ซ, ส

ซิวชัก (น.) ตะคริว (อาการที่กล้ามเนื้อหดตัว และค้างอยู่ ทำให้เจ็บ)

ซี่กัน  (สำเนียงสงขลาออกเสียงเป็น เส้ กัน)(น.) โรคขาดอาหารของเด็ก จนตาฝ้าฟาง
         มองไม่เห็นโดยเฉพาะในตอนกลางคืน  เรียกว่า ตาบอดไก่  ก็ได้
         
       คนปักษ์ใต้สมัยก่อนจะรักษาโรคนี้ โดยให้เด็กที่เป็น " ซี่กัน " ทานอาหารจำพวก
       เนื้อตะกวด(แลน) แย้ หรือกิ้งก่าทอดกระเทียมพริกไทย   ( คนปักษ์ใต้ทั่วไป จะ
       ไม่รับประทานเนื้อกิ้งก่าแต่จะใช้เป็นอาหารเสริม เฉพาะเด็กที่เป็น ซี่กัน เท่านั้น )

ซอ   (ว.) ลักษณะของทำงานที่ช่วยเหลือกันแบบถ้อยที่ถ้อยอาศัย  ไม่มีค่าจ้าง
          " เก็บข้าวซอ " จะหมายถึงการผลัดเปลี่ยนกัน เก็บข้าว ในลักษณะถ้อยที่
        ถ้อยอาศัยโดยไม่มีค่าจ้าง

ซั้ง   (น.) แนวพนังกั้นทางน้ำเพื่อบังคับให้น้ำไหลไปตามช่อง ใช้สำหรับดักไซ ดัก
       โพงพาง
           " เขี่ยหมาให้พ้นซั้ง, ถีบหมาให้พ้นซั้ง "  สำนวนถิ่นใต้ใช้ในความหมาย ปัด
       สวะ หรือ ผลักพาระให้ผู้อื่น ( เปรียบเหมือนหมาเน่าลอยมาติด "ซั้ง" แทนที่จะ
       ช่วยดึงขึ้นมากลบฝัง ก็เขี่ย ให้ลอยไปติดหน้าบ้านผู้อื่น )
            "ส่งหมาให้พ้นซั้ง " สำนวนนี้ ค่อนข้างจะเบากว่า สำนวนแรก มักใช้ในความ
        หมาย การทำงานที่ฉาบฉวย  หรือ ทำให้เสร็จๆ แบบขอไปที

ซ้าว้า  (น.) ละมุด   ภาษาสงขลาจะเรียก ละมุด ว่า "ลูกซ้าว้า"  ขณะที่ทางนครศรี
        ธรรมราช จะเรียกว่า ลูกมุดหรัง (ละมุดฝรั่ง) ทางแถบอันดามันจะเรียกว่า มะตีกู
        ( ซ้าว้า คำนี้มาจาก  buah sawa ในภาษามลายู)

ซาม   (ส.) มันน่าจะ   
        "ขับรถไม่แลไหรพันนี้ ซามตาย" - ขับรถไม่มองอะไรอย่างนี้มันน่าจะตาย
        (ไม่น่ารอดมาได้)

เซ  คำนี้มี 2 ความหมาย คือ  1. (ว.)  เอียง, ไม่ตั้งฉาก       2. (ก.) กริยาการใช้
         สากตำสิ่งของเบาๆและสากที่ตำจะต้องเอียงๆ  เช่น    เซหยวกกล้วยให้แหลก
         เพื่อใช้เป็นอาหารหมู หรือ  เซเคย (ตำกะปิ)ให้แหลกเรียกว่า เซ     ถ้าใช้สาก
         ตำลงในครกตรงๆ  ปักษ์ใต้จะเรียกว่า
          ทิ่ม   เช่น ทิ่มเม่า (ตำข้าวเม่า), ทิ่มข้าว(ตำข้าว),  ทิ่มน้ำชุบ (ตำน้ำพริก)

เซิง   (น.)  ชั้น ,  ที่เก็บของอยู่ใต้หลังคา

โซ้     (ก.) รองน้ำ,รับน้ำ
          " เอาถุ้งไปโซ้หน่าม "  -  ถังไปรองน้ำ

โซ้ย   (ว.)  ซวย (ดวงไม่ดี)
           " กะแล้วแต่ โซ้ยคล่อง "  ประโยคนี้ความหมายคือ  ก็แล้วแต่ดวง
          ( โซ้ย = ซวย     คล่อง=ไม่มีอะไรติดขัด, ดวงดี )

โซะ    (ว.)  สุกงอม   
         "โหลก ซ้าว้า โซะหมดแล้ว " -  ผลละมุดสุกงอมหมดแล้ว
         ( โหลก = ลูก , ซ้าว้า = ละมุด )

สกเส็ก (สำเนียงสงขลาออกเสียงเป็น ซ็อกเซ็ก) (ว.)  ไร้สาระ,  ไม่น่าพูด ไม่ควร
        นำมาปฏิบัติ
            " เรื่องสกเส็ก พรรค์นี้  คนเป็นถึงกำนันเขาไม่ทำกันหรอก " ความหมายคือ
        เรื่องไร้สาระอย่างนี้  คนเป็นถึงกำนันเขาไม่ทำกันหรอก
        คำว่า สกเส็ก นี้ บางครั้งจะใช้อธิบายลักษณะของฝนที่ตกๆ หยุดๆ ตกประปราย
        ว่า   ฝนตกสกเส็ก    ( หรือจะใช้ว่า  "ฝนตก รกเร็ก" ก็ได้ )

สกครูก,  สักครูก,  สกโครก,   สักโครก     (ว.)  สกปรก
           คำที่มีความหมาย สกปรก ในภาษาไทยถิ่นใต้ มีหลายคำ  คือ
           หลุหล๊ะ  (เลอะเทอะ) ,
           ม่อร็อง  (ใช้กับเสื้อผ้าและรูปร่างหน้าตา)
           สกหมก, มรก ((ใช้กับเสื้อผ้าก ารแต่งกาย)

สมรม  (ว.)  ผสมผสาน ปนเป
         แกงสมรม  =  แกงเหลือในงานวัด ที่นำมาผสมรวมกัน แล้วอุ่นใหม่ ไม่ให้บูด
         สวนสมรม  =  สวนผลไม้ ที่มีพืชหลายชนิด ขึ้นปะปนกัน

สอก   (ก)  พร่อง ,  ลดลง
        (คำนี้เลือนมาจาก  ซฺรอก  ในภาษาเขมรโบราณ)
          " น้ำ สอกแล้ว "  =  น้ำลดแล้ว
          " หวากในจอก  สอกลงไปฮีดหนึ่ง " =  น้ำตาลเมาในจอกพร่องไปนิดเดียว

สมุก  (น.) ภาชนะสานก้นเหลี่ยม มีฝาครอบ ใช้สำหรับเก็บของใช้ มีขนาดเล็ก ( สมุก
        ในถิ่นใต้ มักสานด้วยใบเตย หรือใบลำเจียก )

สะคี่ , สะกี้ ,  ส่ากี้    (น.) ปุ้งกี๋  อุปกรณที่ใช้ขนดิน  ขนทราย

สะโบ (น.) สบู่ (ที่ใช้ฟอกตัว,ชำระล้างร่างกาย)
        ถั่วสะโบ  (น.) ชื่อของถั่วชนิดหนึ่ง(Bambarra Groundnut)  เป็นพืชตระกูลถั่ว
        ที่ฝักถั่ว เจริญเติบโตอยู่ใต้ดิน หรือวางบนผิวดิน โดยแต่ละฝักจะมีเมล็ดในเพียง
        เมล็ดเดียว   ชาวสงขลา(คลองหอยโข่ง)เรียกถั่วชนิดนี้ว่า ถั่วสะโบ, ชาวนครศรี
        เรียกว่า ถั่วหรัง ,      ชาวกระบี่,พังงา เรียกว่า ถั่วปันหยี

สะมายัง, สะมาหยัง,  มาหยัง (น.) การสวดแสดงความเคารพต่อพระผู้เป็นเจ้าของ
         ชาวมุสลิม   ( คำนี้คนไทยถิ่นใต้ มักใช้สั้นๆว่า มาหยัง )

ส้มๆ     (ออกเสียงเป็น ซ็อมๆ) (ว.) ไม่ปกติ ไม่เต็มบาท
          "หลวงขวดเป็นคนส้มๆ ทำไหร กะเพี้ยนๆ"
         - หลวงขวดเป็นคนไม่ปกติ ทำอะไรก็เพี้ยนๆ

สังหยา  1. (น.) ขนมสังขยา   เช่น   " ข้าวเหนียวสังหยา "  = ข้าวเหนียวสังขยา
            2. (น.) อาการพุพอง  ติดเชื้อบริเวณหนังศีรษะ(ชันนะตุ) จะเรียกว่า
         " หัวเป็นสังหยา "

สา 1. (น.) ความเป็นผู้ใหญ่ที่รู้จักรับผิดชอบ รู้ในสิ่งที่ควรหรือไม่ควรกระทำ  (หรือ
         เดียงสา ในภาษาไทยมาตรฐาน)  ในภาษาไทยถิ่นใต้จะใช้คำว่า   รู้สา  ( ออก
         เสียงสำเนียงสงขลาเป็น  โร่ สา ) ซึ่งจะมีความหมายตรงข้ามกับคำว่า     ไม่รู้
         สา  - ไร้เดียงสา
         2. (ก.) รู้สึก , รับรู้ได้
          "  กูไม่ สา กลัว สักฮีด"  -  กูไม่รู้สึกกลัวสักหน่อย
          " ถูกด่าแค่นั้น ไม่สาไหรหรอก "   -  ถูกด่าแค่นั้น ไม่รู้สึกอะไรหรอก
          " หลวงชม เป็นคนไม่สาไหร พี่ถูกแทงตาย ยังทำเฉยอยู่ได้ "
             หลวงชม เป็นคนไม่เอาไหน (ไร้ความรู้สึก) พี่ถูกแทงตาย ยังทำเฉยอยู่ได้
          " สาว่า "  -  ดูเหมือนว่า , น่าจะเป็น (อย่างนั้น อย่างนี้)

สาด      (น.)   เสื่อ ( ที่ใช้ปูรอง นั่ง - นอน )

สามส้าง (ศฺมศาน  สันส.)(น.) สถานที่เผาศพของคนปักษ์ใต้สมัยก่อนเป็นเสาไม้
         หมากสูง 4 เสาข้างล่างกว้าง ข้างบนสอบ ข้างบนจะขึงด้วยผ้าขาวไว้กับเสา 4
         มุม ที่พื้นจะใช้เป็นที่วางโลงศพ
         (ปักษ์ใต้โบราณเชื่อกันว่า สามส้าง เป็นสัญลักษณ์ใช้แทน เขาพระสุเมรุ)

สายคอ  (น.)  สร้อยคอ


สายดม (น.) แนวเขตบ้านหรือแนวที่ดินซึ่งมีต้นไม้หลายๆพันธุ์ขึ้นอยู่เป็นแนว
       ( ผักเหนาะ จิ้ม น้ำชุบ ของคนใต้  จึงมักจะเป็นผักที่เก็บจากแนวสายดมข้าง
       บ้าน )

สายหนาม  (น.) รั้วลวดหนาม
      " แต่แรก คนบ้านเราใช้สายดมเป็นเขตบ้าน  แต่หว่างนี้ ทุกบ้านเปลี่ยนเป็นสาย
       หนามหมดแล้ว  หมา กะ เข้าไม่ได้ "
       เมื่อก่อนคนบ้านเราใช้แนวต้นไม้กั้นเป็นเขตบ้าน  แต่เดี๋ยวนี้ ทุกบ้านเปลี่ยนเป็นรั้ว
       ลวดหนามกันหมด  หมาก็เข้าไม่ได้

สายเอว  (น.) เข็มขัด

สีน (ก)  ตัด
       " ทำงานเผื่อไข้ ตัดไม้เผื่อสีน "  สำนวนใต้ ใช้ในความหมาย จะต้องรู้จักเตรียม
       การ เผื่อวันข้างหน้า  เช่น  ต้องรู้จักเก็บเงินเก็บทองไว้ใช้ในยามเจ็บไข้ไม่สบาย
       การตัดไม้จากป่า จะต้องตัดให้ยาวไว้ก่อน เผื่อว่าจะต้องตัดอีก

เสดสา (ว.)  ทุกข์ยาก ลำบาก
        " หว่างอิพ้นปีนั้นมาได้  มันเสดสา "  -  กว่าจะพ้นปีนั้นมาได้ มันลำบากมาก

แสก   (น.)  สาแหรก :  เครื่องหาบสิ่งของ ทำจากหวาย

เสาะข้าว  (ก.)  กินข้าวรองท้อง  ก่อนออกไปทำงาน

สำหนวน (ออกเสียงเป็น ซ้ำ-น้วน ) (ว.)  สำนวนดี, พูดคุยเก่ง, มีโวหาร
          "หลวงไขเป็นคนที่ไม่มีใครเกลียด แกจีบหญิงเก่ง  สำหนวนแกดี"
           พี่ไข่เป็นคนที่ไม่มีใครเกลียด....คารม โวหารแกดี
         (ก) หยอกล้อ โดยใช้สำนวนโวหาร
          " อย่าโกรธหลวงไข ตะ  แกทำสำหนวน หยอกเล่น หรอก"
            อย่าโกรธพี่ไข่เค้าเลย แกพูดหยอกล้อเล่นเท่านั้น

ไส, ป่าไส  (น.) ป่าไม้ที่ได้ถางต้นไม้เล็กๆเพื่อจะทำไร่ แต่ยังไม่ได้โค่นต้นไม้ใหญ่
        ป่าชนิดนี้จะมีต้นไม้ขนาดใหญ่อยู่ทั่ว  คำว่าไส นี้ ยังใช้เรียกสถานที่ในภาคใต้
        หลายแห่ง เช่น ไสใหญ่(ควนเนียง สงขลา) ,   ไสถั่ว( พัทลุง ) ,    ไสยูงปัก
        (นาบอน นครศรีธรรมราช) ฯลฯ

ไส่,  ไซ่    (ว.)  ทำไม
           " แล้วไส่ "    -  แล้วจะทำไม
           " มึ้ง อิ ไส่ "  -  มึงจะทำไม  ( อิ  หรือ  จิ  ก็คือ  จะ ในภาษาไทยมาตรฐาน )
           " มึ้ง อิ ไส่ กู นิ " -  มึงจะทำอะไรกู

        คนไทยในเขต3จังหวัดชายแดน(ไทยเจ๊ะเห) จะใช้คำว่า จิได๋  คนสงขลา-คลอง
        หอยโข่งดั้งเดิมจะใช้คำว่า ได่   ในบางท้องถิ่นของปักษ์ใต้ คำนี้จะออกเสียงเป็น
       ไตร่  หรือ ส่อ  แต่โดยภาพรวมเมื่อพูดเป็นประโยค คนใต้ทั่วไปจะเข้าใจกัน
        เช่น แล้วมาทำไม?  คนสงขลาจะพูดว่า      แล่ว มาไส่ ?
                                  คนฉวาง/พิปูน นครศรีฯ จะพูดว่า    แล่วมาส่อ ?

เส้า, ก้อนเส้า (น.) ก้อนหิน 3 ก้อนที่ใช้สำหรับเป็นเตาหุงข้าว ต้มแกง

โสด  (ว.) ยังไม่แต่งงาน     (น.)  แถว,   แนว
          " โสดยาง "  -  แนว หรือแถวของต้นยางพารา
 

บันทึกการเข้า

----085-884-8271----
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.15 | SMF © 2006-2009, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 1.291 วินาที กับ 26 คำสั่ง
Hosting | Web Hosting เว็บโฮสติ้ง คุณภาพสูง เร็ว แรง ตลอด 24 ชั่วโมง